นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีข้อสั่งการให้กรมศุลกากรปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเด็ดขาดและตรวจเข้มเรือรวมถึงตู้สินค้า กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตรการสกัดกั้นเชิงรุก พร้อมแจกแจงข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบดังนี้
ชี้แจงเคสขยะพิษ ระยอง–ปราจีนบุรี
- กรณีจังหวัดระยอง: ตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ในข่าวเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า 5 ตู้จากสเปน สำแดงเป็นเศษโลหะและออกจากท่าเรือแหลมฉบังแล้ว ปัจจุบันยังไม่พบข้อเท็จจริงว่าเป็นของเสียตามอนุสัญญาบาเซลฯ แต่ได้ขยายผลอายัดสินค้าของผู้นำเข้ารายเดียวกันเพิ่มอีก 9 ตู้ น้ำหนักกว่า 223 ตัน เพื่อตรวจสอบ
- กรณีจังหวัดปราจีนบุรี: พบเชื่อมโยงสินค้านำเข้า 8 ตู้จากสหรัฐฯ และขยายผลพบใบขนสินค้าเพิ่ม 5 ฉบับ จึงอายัดสินค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 5 ตู้ น้ำหนักเกือบ 100 ตัน เพื่อดำเนินคดี
- กรณีเครือข่าย BAN แจ้งเบาะแส 720 ตู้: ตรวจสอบพบไม่ได้เข้าไทย 440 ตู้, ไม่เป็นของเสียอันตราย 187 ตู้, และพบความผิด 89 ตู้ (ส่งกลับแล้ว 75 ตู้ อยู่ระหว่างดำเนินคดี 14 ตู้) รวมตู้สินค้าที่ยังคงอายัดและควบคุมไว้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งสิ้น 18 ตู้
สั่งเปิดตรวจทุกตู้
- ยกระดับการตรวจสอบตู้สินค้าที่สำแดงเป็นเศษโลหะและสินค้ากลุ่มเสี่ยง โดยต้องผ่านการเปิดตรวจทางกายภาพ (Physical Examination) ทุกตู้
- นำสินค้าออกจากตู้เพื่อตรวจสอบจริง ห้ามใช้ภาพเอกซเรย์เป็นเหตุในการตรวจปล่อยเพียงอย่างเดียว
- หากพบความผิด ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง โดยผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ชงห้ามนำเข้าเศษโลหะ-ยาง
- เสนอให้เศษโลหะและเศษยางเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า เช่นเดียวกับเศษพลาสติก
- กำหนดระยะเปลี่ยนผ่าน 6–12 เดือน เพื่อลดผลกระทบต่อโรงงานหลอมและแปรรูปโลหะในประเทศ
- ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จะต้องขออนุญาตนำเข้าเฉพาะโรงงานที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบตนเอง (ไม่อนุญาตผู้ค้าที่ไม่มีโรงงาน) อนุญาตเฉพาะกรณีวัตถุดิบในประเทศไม่เพียงพอ และไม่เกินกำลังการผลิตจริง
- ต้องมีใบรับรอง Pre-shipment Inspection ทุกครั้ง หากพบขยะพิษปะปน ผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบส่งกลับเองทั้งหมด
- จัดตั้งกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเฝ้าระวังการเปลี่ยนไปสำแดงพิกัดอื่น
เปิดผลงานปราบปราม
- ปีงบประมาณ 2569 จับกุมของเสียอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์รวม 10.29 ล้านกิโลกรัม ผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว 5.29 ล้านกิโลกรัม
- ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2563 และเศษพลาสติกห้ามนำเข้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 แต่เศษโลหะยังนำเข้าได้ทั่วไป ผู้กระทำผิดจึงใช้เป็นช่องทางแอบแฝงซุกซ่อน
- ช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2569 มีการนำเข้าเศษโลหะรวม 2.76 ล้านตัน (ประมาณ 14,600 ตู้ต่อเดือน หรือเกือบ 500 ตู้ต่อวัน) ซึ่งภาพเอกซเรย์มีข้อจำกัดในการระบุขยะอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากความหนาแน่นของกองโลหะ
- เมื่อผู้กระทำผิดปรับเปลี่ยนพฤติการณ์มาซุกซ่อน กรมศุลกากรจึงยกระดับเป็นเปิดตรวจทางกายภาพทุกตู้สำหรับสินค้ากลุ่มนี้ ตามหลัก WCO ที่ให้ตรวจเข้มสินค้าความเสี่ยงสูง เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนอย่างยั่งยืน



