สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวถึงการชุมนุมประท้วงเรื่องค่าครองชีพครั้งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศในวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. นี้ ว่าผู้ที่พยายามก่อความวุ่นวายระหว่างการชุมนุมครั้งใหม่จะถูกสกัดอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุจลาจลและปล้นสะดมซ้ำรอย


ท่าทีของมาครงเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนที่ไม่ได้สังกัดสหภาพแรงงาน ยื่นแผนจัดการเดินขบวนในวันดังกล่าวต่อสำนักงานตำรวจกรุงปารีส โดยระบุเส้นทางที่รวมถึง การเคลื่อนขบวนผ่านใจกลางกรุงปารีส และอีกหลายเขตที่เกิดเหตุจลาจล เมื่อวันที่ 17 ต.ค.


ขณะที่แนวร่วมนักเรียนและนักศึกษาประกาศจัดการชุมนุมในวันเดียวกัน เพื่อหวังเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลปฏิรูปสวัสดิการการศึกษา โดยมีการยื่นแผนการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วเช่นกัน


ด้านนายเซบาสเตียน เลอคอร์นู นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลเตรียมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่ โดยจะมีการระดมกำลังทหารเพื่อสนับสนุนการทำงานของตำรวจ ในการควบคุมฝูงชน


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุน โดยส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลฝรั่งเศสพุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญ แตะระดับ 5% สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2545 ท่ามกลางความกังวลว่าความวุ่นวายจะซ้ำเติมปัญหาการคลังของประเทศ


ขณะเดียวกัน วิกฤติครั้งนี้ยังเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า ซึ่งมาครงไม่สามารถลงสมัครได้ โดยผู้สมัครจากฝ่ายขวาจัดและฝ่ายซ้ายจัดมีคะแนนนิยมสูงขึ้น มารีน เลอ แปน ผู้นำฝ่ายขวาจัด วิจารณ์ว่า รัฐบาลสูญเสียการควบคุมสถานการณ์อย่างสิ้นเชิง ส่วนพรรคซ้ายจัดยืนกรานปฏิเสธอยู่เบื้องหลังผู้ชุมนุม และตำหนิรัฐบาลมีแผนใช้ทหารควบคุมการประท้วง โดยย้ำว่า ผู้ชุมนุมไม่ใช่ “ศัตรู” ของรัฐ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS