สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่า คำตัดสินดังกล่าวเป็นผลลัพธ์ของการพิจารณาคดีที่มีมูลเหตุมาจากข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทที่ปรึกษาทางการเมืองสัญชาติสหราชอาณาจักร “เคมบริดจ์ อะนาลิติกา” เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กหลายล้านคนโดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งรัฐนิวเม็กซิโกยื่นฟ้องเมตา โดยกล่าวหาว่าบริษัทโกหกผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในรัฐนิวเม็กซิโก เกี่ยวกับบุคคลหรือหน่วยงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของพวกเขาได้

“การกระทำผิดของเฟซบุ๊ก ซึ่งเกิดขึ้นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบนั้น ถือเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงต่อแนวปฏิบัติทางธุรกิจหลักของเฟซบุ๊ก” นายฟรานซิส แมตธิว ผู้พิพากษา ระบุในคำสั่งศาลที่ออกหลังจากมีการตัดสินโทษไปแล้วกว่า 3 สัปดาห์

แม้แมตธิวเห็นว่าโทษปรับที่เหมาะสม ควรเป็นจำนวนเงินมากกว่า 219,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.36 ล้านล้านบาท) ตามกฎหมายของรัฐนิวเม็กซิโก แต่เขาตัดสินใจลดค่าปรับลงเหลือ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ นายซี.เจ. มาโฮนีย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย (ซีแอลโอ) ของเมตา กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่าจะชนะคดีในชั้นอุทธรณ์

ด้านนายราอูล ทอร์เรซ อัยการสูงสุดของรัฐนิวเม็กซิโก กล่าวในแถลงการณ์ภายหลังการตัดสินคดีว่า โทษปรับครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในบทลงโทษทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดต่อองค์กรในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

ทั้งนี้ คำตัดสินของแมตธิวมีขึ้นในขณะที่เมตาเผชิญกับคดีความหลายพันคดี และแรงกดดันจากสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐ เกี่ยวกับผลกระทบของอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กที่มีต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น โดยการพิจารณาคดีอีกคดีหนึ่งมีกำหนดการเริ่มต้นในสัปดาห์หน้า.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS