นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร  ว่า การประชุมติดตามงานนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มีข้อสั่งการ 5 ข้อ ให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย คือ 1. ช่วยเหลือเร็ว ยืนยันความโปร่งใส โดยใช้ฐานขอมูลทะเบียนเกษตรกรที่เชื่อมโยงกัน เพื่อลดขั้นตอนเงินเยียวยา 2. ป้องกันวงจรหนี้นอกระบบ โดยประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสถาบันการเงิน ในการพักชําระหนี้สิน สินเชื่อฟื้นฟู และสินเชื่อชะลอการขาย โดยใช้กลไกสหกรณช่วยเสริมสภาพคล่องในพื้น

3. ฟื้นฟูให้เร็วและดีกว่าเดิม โดยเร่งปรับปรุงดิน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนระบบการผลิตให้ทนทานต่อภัยธรรมชาติ 4. เฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลด โดยจัดทีมเชิงรุกพร้อมวัคซีนและเวชภัณฑ์ ลงพื้นที่ควบคุมโรคระบาดพืชและสัตว์ทันที และ 5. เตรียมทำนาปรัง โดยวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ จัดหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพให้เพียงพอ และเฝ้าระวังศัตรูพืชตั้งแต่ต้นฤดูกาล

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการตามแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 เพิ่มเติม โดยให้ความช่วยเหลือกรณีพิเศษสนับสนุนวงเงินสำหรับการผลิตรอบใหม่ ครัวเรือนละ 3,000 บาท ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว และที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร จากข้อมูลการสำรวจเบื้องต้น ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 18 จังหวัด จากพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 55 จังหวัด  มีเกษตรกรได้รับความเสียหายทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวม 52,832 ราย วงเงินช่วยเหลือรวมประมาณ 1,575.79 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมเสนอของบกลางเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในลำดับต่อไป