เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีธีมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณากรอบเวลาในการอภิปราย ว่า ใกล้แล้ว และวันนี้จะมีการประชุมกัน เราคงได้เห็นความพยายามของฝ่ายรัฐบาล ในการบีบเวลาฝ่ายค้าน และบีบให้ฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น เรื่องธีมไม่ต้องห่วง ก็จะทันต่อสถานการณ์ ไม่ต้องรีบ เพราะเรายังคงมีเวลาในเรื่องนี้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวว่า สามารถเลื่อนไปช่วงต้นเดือน พ.ย. ได้ ว่า จริง ๆ แล้วเรายืนยันมาแต่ต้น ว่าควรจะเป็น 5 วัน เพราะรัฐมนตรีที่เราจะอภิปรายเยอะตั้ง 18 คน ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี อภิปรายตั้ง 11 คน เราได้เวลาอย่างน้อย 4 วัน และตอนนี้ให้เวลาเรา 3 วัน ตนไม่รู้ว่าเอาอะไรคิด
“ผมไม่นึกเลยว่าคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะมีมาตรฐานที่แย่กว่าผู้นำที่มาจากการรัฐประหารด้วยซ้ำ ดังนั้น ผมคิดว่าวันนี้ต้องกลับมาตั้งคำถาม ว่าทำไมถึงพยายามบีบเวลาให้เวลาฝ่ายค้านน้อย” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ไม่ใช่แค่นั้น ไม่มีการนัดประชุมเรื่องนี้เลย จะมานัดประชุมวันนี้ บีบเอา 3 วัน แล้วเอาสัปดาห์หน้าเลย ทำแบบนี้อ้าปากมาก็เห็นลิ้นไก่แล้ว ว่ามีความพยายามทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น เรายืนเวลา 5 วัน หากจะมีการปรับหลังจากนี้ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะสามารถพลิก ดีดนิ้ว เคลียร์ทุกอย่างได้ เราต้องไปบริหารใหม่ เราต้องคุยกับฝ่ายค้าน และพรรคร่วมใหม่ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเราใช้เวลา ส่วนการจัดขุนพลนั้น ตนว่าอย่าเพิ่งรีบเลย เดี๋ยวเขาจะยิ่งบีบเวลา
เมื่อถามว่า วันนี้จะได้ข้อสรุปหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนก็ภาวนาให้ได้คำตอบ แต่คงต้องไปดูว่า คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่ตนมีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก ว่าการเจรจาทั้งหมด เรามีตัวแทนของคณะรัฐมนตรี คือนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นหนึ่งในคนที่มีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และก็มาเจรจาเรื่องเวลากับเรา ดังนั้น มองว่าเป็นการเจรจาให้ได้อภิปรายตัวเองน้อย ๆ หรือไม่ จึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ถึงผลประโยชน์ได้เสีย เพราะนี่คือการเจรจาเพื่อตัวเองใช่หรือไม่ คิดว่าเรื่องนี้มีปัญหาหลายส่วน ไม่ใช่แค่เรื่องเวลาอย่างเดียว แต่ความเหมาะสมของผู้เจรจาด้วย ยังไม่นับว่า จริง ๆ แล้ว ครม. จะไปมีมติหรือตกลงกับสภาได้อย่างไร มีแต่สภาคุยให้จบ แล้วไปถาม ครม. อันนี้เอามติ ครม. มาบังคับสภา กลับหัวกลับหางกัน สภา สส. ของพรรคภูมิใจไทยอาจจะลืมไปว่า ตัวเองไม่ใช่แค่ สส. ของรัฐบาล แต่เป็น สส. ที่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องเคารพญัตติของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น ต้องให้ความเคารพกันแบบนี้ และคุยกันให้เข้าใจก่อน ไม่ใช่อยู่ ๆ จะมาบังคับเอาความสะดวกของฝ่ายบริหารมากำหนดเรื่องการตรวจสอบของฝ่ายค้าน หรือในสภา
ส่วนกรณีข่าวของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ออกมาวิจารณ์ในพรรคว่าเลิกบูชาตัวบุคคลแล้วนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า น่าจะเป็นการปล่อยข่าวหรือไม่ โพสต์ของ น.ส.รักชนก ตนไม่ขอวิจารณ์เรื่องเนื้อหาสาระ แต่โพสต์ไปสักพักแล้ว คำถามคือใครได้ประโยชน์ในเวลานี้ ใช่การเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่.



