นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้แสดงปาฐกถาพิเศษภายในงานมอบรางวัล CEO Econmass Award 2026 โดยฉายภาพทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank 2026 พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศสู่การเติบโตรอบใหม่

ความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026

  • สร้างความประทับใจและได้รับคำชมเชยจากผู้นำเศรษฐกิจทั่วโลกในการเป็นผู้สร้างมาตรฐานใหม่
  • นำเสนอปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่าน Royal Pavilion พร้อมผลักดันวาระสำคัญ เช่น เมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) และการสร้างภูมิคุ้มกันในภาวะโลกแตกขั้ว
  • นำอัตลักษณ์ Soft Power ไทย (ผ้าไทย, มวยไทย, อาหารไทย และสินค้าจาก 37 ชุมชน) สู่เวทีการค้าโลก

 

เตือน 5 คลื่นมรสุมเศรษฐกิจโลกที่ต้องรับมือ

  1. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า: การขึ้นภาษีและการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจโลก
  1. อัตราดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์ในระดับสูง: บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ สูงกว่า 5% ขณะที่ของไทยอยู่เพียง 2.4% (ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง) เนื่องจากไทยรักษาวินัยการคลังเข้มงวด ช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมต่ำกว่าหลายประเทศ
  1. วินัยการคลังเป็นปัจจัยชี้ต้นทุนการกู้ยืม: การควบคุมการขาดดุลให้อยู่ในระดับต่ำช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดแรงกดดันจากตลาดการเงิน
  1. การดิสรัปชันของเทคโนโลยี AI: การใช้โครงการ “นกกระซิบ” (ไทยช่วยไทยพลัส) ช่วยให้ร้านค้าและ SMEs วิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต็อก และใช้เป็นหลักฐานขอสินเชื่อ ซึ่งประธานธนาคารโลกสนใจนำไปเป็นต้นแบบเผยแพร่ในต่างประเทศ
  1. ความเสี่ยงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและเอลนีโ뇨: ผลกระทบจากความผันผวนของโลกและการเตรียมรับมือกับซูเปอร์เอลนีโ뇨ในปี 2570

 

 

ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ ‘Second Take-Off’

  • พัฒนาทรัพยากรมนุษย์: ดำเนินโครงการ Skill Bridge ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อ Upskill/Reskill แรงงานรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
  • ดึงดูดการลงทุนต่างประเทศ: ใช้จุดแข็งความ​เป็นกลางและมาตรการปลดล็อกการลงทุน (BOI / Thailand Fast Pass) โดยล่าสุดสามารถดึงเงินลงทุนอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตมูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท
  • เป้าหมาย: ต่อยอดความสำเร็จจากการประชุม World Bank / IMF ปี 2534 (First Take-Off) สู่การสร้างการเติบโตรอบใหม่ให้ประเทศไทยกลับขึ้นบินได้อีกครั้งในฐานะ “Second Take-Off”