เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป 3 ฝ่าย) และกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รวมถึงนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลจัดสรรเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เหมาะสมว่า รัฐบาลได้เพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านแล้ว จากเดิม 3 วัน เป็น 4 วัน แม้ฝ่ายค้านต้องการ 5 วัน แต่ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างมีภารกิจในการบริหารราชการแผ่นดิน ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีภารกิจต้องเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้นงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารล้วนมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ฝ่ายค้านจึงควรลดทิฐิและพิจารณาถึงความสมดุล ไม่ใช่ยึดความต้องการของตัวเองเป็นหลักเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ดึงดัน แต่พยายามหาจุดสมดุลและพบกันครึ่งทางที่ 4 วัน

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า การเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านเป็น 4 วัน ถือเป็นการจัดสรรเวลาที่เหมาะสมแล้ว และฝ่ายค้านควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ เพราะหากยังยืนยันเฉพาะความต้องการของตัวเองโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ผู้ที่เสียโอกาสก็คือประชาชนและประเทศชาติ ทั้งนี้ การวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็นความพยายามทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเลื่อนออกไป จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค. ไปเป็นเดือน พ.ย. เพราะฝ่ายค้านไม่พร้อม

“ถ้าฝ่ายค้านมีความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็สามารถอภิปรายได้เลย การที่พยายามดึงเวลาออกไป จึงทำให้เกิดคำถามว่าฝ่ายค้านไม่มีความพร้อม ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะอภิปรายรัฐมนตรีที่ยื่นญัตติไว้แล้วหรือไม่” นายอัครเดช กล่าว.