สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐนำเสนอแผนการ จำกัดการลงทุนของชาวอเมริกันในบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างสองประเทศ ในช่วงที่บริษัทยาสหรัฐหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น เพื่อแสวงหายาและวิธีการรักษาใหม่


ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐเพิ่มเทคโนโลยีชีวภาพ เข้าไปในบัญชีเทคโนโลยีอ่อนไหวที่อยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการลงทุนของสหรัฐในประเทศคู่ขัดแย้ง โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ


ทั้งนี้ นักลงทุนชาวอเมริกันจะต้องแจ้งรัฐบาลเกี่ยวกับธุรกรรมบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติ ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีอ่อนไหว และห้ามการลงทุนบางรายการโดยสิ้นเชิง ถือเป็นการขยายมาตรการที่มีอยู่แล้ว ซึ่งครอบคลุมการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เซมิคอนดักเตอร์ และคอมพิวเตอร์ควอนตัม


ปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของจีนกลายเป็นแหล่งนวัตกรรมสำคัญของอุตสาหกรรมยา โดยบริษัทยาสหรัฐหันไปทำข้อตกลงขอสิทธิพัฒนายารักษาโรคที่มีศักยภาพจากจีนเพิ่มขึ้น เพื่อจัดหาเวชภัณฑ์ใหม่มาทดแทนผลิตภัณฑ์ในสายการพัฒนาที่มีอยู่


ข้อเสนอดังกล่าวยังครอบคลุมการจำกัดการลงทุนในบริษัทจีนที่พัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีบริษัทสตาร์ตอัปเพิ่มขึ้น โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้มนุษย์ควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้โดยตรงผ่านสมอง


ทั้งจีนและสหรัฐต่างมีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมองที่กำลังเติบโต โดยบริษัทต่าง ๆ เร่งพัฒนาอุปกรณ์หลายรูปแบบ ตั้งแต่ชิปฝังสมอง หมวกอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง


มาตรการที่เสนออาจทำให้การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของจีนมีความซับซ้อนมากขึ้น แต่ผลกระทบต่อความร่วมมือด้านการพัฒนายาระหว่างสองประเทศยังไม่ชัดเจน โดยกระทรวงการคลังสหรัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน ก่อนประกาศบังคับใช้กฎขั้นสุดท้ายอีกครั้ง และมาตรการจะยังไม่มีผลบังคับใช้ จนกว่ากระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสิ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES