เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการ “ELLE Fashion Week 2026 at ICONSIAM” สัปดาห์แฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศไทย เปิดสปอตไลต์ส่องสว่างบนรันเวย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปลุกชีวิตชีวาให้กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่นประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง ภายใต้การดำเนินงานโดย บริษัท ดิจิเพรส จำกัด ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ ELLE Thailand สื่อแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลก ปักหมุด ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อร่วมกันสานต่อตำนานแห่งความยิ่งใหญ่และผลักดันศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีสากล ภายใต้คอนเซปต์ ‘Freedom’ ที่มอบอิสระในการเป็นตัวเองได้มากกว่าหนึ่งนิยาม รื้อถอนกำแพงที่เคยขวางกั้น ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพ ข้อจำกัดของฤดูกาล หรือนิยามความงามที่ตายตัว แล้วเปลี่ยนตู้เสื้อผ้าให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ เพราะคนคนเดียวสามารถมีหลายคาแรกเตอร์ได้โดยไม่ขัดแย้งกัน

ปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ตระการตาครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยแรงผลักดันจากพันธมิตรระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่มาร่วมกันเนรมิตรันเวย์ให้สมบูรณ์แบบและผลักดันผลงานของดีไซเนอร์ไทยอย่างเต็มภาคภูมิ การสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการในปีนี้ประกอบด้วย 12 โชว์ จาก 17 แบรนด์ ที่อัดแน่นด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ AB. ANGELYS BALEK., ARCHIVE026, ASAVA, AURUM, BAAB, HEIDI’S SECRET PRESENTED BY HAVAIANAS, HOOK’S PRESENTED BY O&B, ICONCRAFT, NICHP, TANDT PRESENTED BY MADAME FIN และ WACAY พร้อมโชว์พิเศษจาก ELLE Thailand ถ่ายทอดมิติใหม่ของแฟชั่นสุภาพบุรุษและสตรี 6 แบรนด์ ได้แก่ 37C DEGREES CELSIUS, ANURUQ, ISSUE, KLOSET, PAINKILLER ATELIER และ SRETSIS ภายใต้คอนเซปต์ Free to be by ELLE presented by XPENG Thailand ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างตีความแนวคิด ‘Freedom’ ออกมาในมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ปีนี้ยังมาพร้อมไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย ทั้งการเปิดรันเวย์ด้วยโชว์ Free to be by ELLE presented by XPENG Thailand สะท้อนความหลากหลายของผู้คนในเมืองใหญ่ พร้อมเปิดตัวนางแบบและนายแบบหน้าใหม่จากโครงการ ELLE & ELLEMEN Runway Model Search ที่จะได้เดินบนรันเวย์ระดับประเทศเป็นครั้งแรก, โชว์ ICONCRAFT ภายใต้แนวคิด ‘The Living Thai Wisdom’ ถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยผ่านมุมมองของ 3 นักออกแบบ และ ELLE Fashion Week Pop-up ณ ไอคอนสยาม ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึง 22 พฤศจิกายน 2569 รวบรวมแบรนด์ที่ร่วมแสดงผลงานในปีนี้ไว้ในที่เดียว พร้อมชิ้นงานเอ็กคลูซีฟที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับ ELLE Fashion Week 2026 at ICONSIAM โดยจะวางจำหน่ายที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
โดยเปิดฉากเวย์ ELLE Fashion Week 2026 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ได้เริ่มต้นด้วย “Free to be by ELLE presented by XPENG Thailand” โชว์พิเศษที่ ELLE Thailand สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนคอนเซปต์ ‘Freedom’ ผ่านความหลากหลายของผู้คนในเมืองใหญ่ที่ต่างมีวิธีคิดและวิธีใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน เพื่อประกาศว่าแฟชั่นไม่มีรูปแบบเดียวที่ถูกต้อง และทุกคนควรมี ‘อิสระ’ ที่จะนิยามตัวเอง จากการรวมพลังของ 6 แบรนด์แถวหน้าของไทย ได้แก่ 37C DEGREES CELSIUS, ANURUQ, ISSUE, KLOSET, PAINKILLER ATELIER และ SRETSIS ถ่ายทอดมิติใหม่ของแฟชั่นสุภาพบุรุษและสตรี ชวนทุกคนสนุกกับการทดลอง มิกซ์แอนด์แมตช์ และสะท้อนตัวตนผ่านหลากหลายคาแรกเตอร์โดยไม่ยึดติดกับภาพจำแบบเดิม ไฮไลต์สำคัญคือการก้าวขึ้นสู่รันเวย์ระดับประเทศเป็นครั้งแรกของผู้ชนะจากโครงการ ELLE & ELLEMEN Runway Model Search เปิดประตูให้คนที่อาจไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้อยู่บนรันเวย์ได้เรียนรู้บนเวทีจริงและถูกมองเห็น เพราะวันนี้สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงความสวยตามมาตรฐานเดิม แต่คือความเป็นตัวเอง

ต้อด้วย “BAAB” กับการเดบิวต์บนรันเวย์ ELLE Fashion Week เป็นครั้งแรกของแบรนด์แฟชั่นสตรีไทยที่ยึดหลักความคลาสสิกผ่านผลงานสไตล์ Quiet Luxury โดยมีมูลค่าต่อการสวมใส่หนึ่งครั้งเป็นเข็มทิศของทุกการตัดสินใจ ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ สร้างสรรค์เพื่อผู้หญิงที่มองตู้เสื้อผ้าเป็นการลงทุนระยะยาว และเชื่อว่าคุณค่าของเสื้อผ้าไม่ได้วัดกันจากวันที่ซื้อ แต่วัดที่จำนวนวันที่สวมใส่จริง ด้วยเส้นตัดที่เรียบนิ่ง วัสดุที่คงทน และโครงสร้างที่รองรับชีวิตจริงของผู้หญิงทำงานยุคใหม่ โดยโชว์ครั้งนี้จะไม่นำเสนอความคลาสสิกในแบบที่หลายคนคุ้นเคย แต่ตั้งใจเผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเรียบง่ายที่สุด ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมองข้ามไป
และปิดท้ายด้วยโชว์ “ARCHIVE026” นำเสนอคอลเลกชัน Fall/Winter 2026 เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 8 ปีของแบรนด์ พากลับไปสำรวจดีเอ็นเอที่หล่อหลอมภาษาการออกแบบของแบรนด์ นั่นคือโครงสร้างซิลูเอตที่เฉียบคมและความสัมพันธ์ระหว่างผืนผ้ากับสรีระของผู้หญิง ผ่านแรงบันดาลใจจาก Madame Grès นักออกแบบผู้ยกระดับการเดรปปิ้งให้เป็นภาษาประติมากรรมบนเรือนร่าง ตีความใหม่ด้วยความพลิ้วไหวของการจับเดรปตัดกับงานเทเลอร์ เกิดเป็นเส้นสายที่สมดุลระหว่างความอ่อนหวานแบบ Femininity และความเฉียบคมแข็งแรงแบบ Masculinity สอดรับกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย

ขณะที่วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 พบกับ “HEIDI’S SECRET PRESENTED BY HAVAIANAS” กับคอลเลกชัน ‘UNHOUSE’ ที่หยิบความหมายของคำว่า House และ Home มาตั้งคำถามใหม่ ต่อด้วย “AURUM” กับการเดบิวต์บนรันเวย์ ELLE Fashion Week เป็นครั้งแรก ผ่านคอลเลกชัน ‘Lempicka’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความหรูหราของยุค ‘อาร์ตเดโค’ ในทศวรรษ 1920 และปิดท้ายด้วย “TANDT PRESENTED BY MADAME FIN” กับคอลเลกชัน Fall/Winter 2026 ‘DREAMING ON DUTY’ จากคำถามเรียบง่าย “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” ที่นำมาตีความผ่านอาชีพในฝัน ทั้งช่างทำผม นักบัลเลต์ และทหาร
วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 เปิดด้วยโชว์ “AB. ANGELYS BALEK.” นำเสนอคอลเลกชัน Resort 2027 ‘Burning Nights, Blooming Days’ ที่เล่าเรื่องวิกฤตโลกร้อนผ่านความงดงามของธรรมชาติด้วย ‘ความหวัง’ มากกว่าความสิ้นหวัง ต่อด้วย “ASAVA” กับคอลเลกชัน Fall/Winter 2026 ‘A Life In Between’ ที่สะท้อนคำกล่าวของ Diana Vreeland ว่า “มันไม่ได้อยู่ที่ชุดที่คุณสวมใส่ แต่อยู่ที่ชีวิตที่คุณใช้ในขณะสวมชุดนั้นต่างหาก” และปิดท้ายด้วย “NICHP” กับคอลเลกชัน ‘Healing the Blue We Broke’ ภายใต้แนวคิด ‘From Waste to Wearable’ ที่ตีความความงามของท้องทะเลผ่านแฟชั่นร่วมสมัยด้วยหัวใจของการอัปไซเคิล นำขวดพลาสติกเหลือใช้มาแปรรูปเป็นแผ่นพลาสติก ก่อนตัดและประกอบด้วยมือเป็นรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ทะเล





ปิดท้ายวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 ที่เริ่มต้นด้วย “WACAY” กับคอลเลกชัน ‘WACAY GARDEN’ ชวนก้าวเข้าสู่สวนที่ความสดใหม่บรรจบกับความร่วงโรย ความนุ่มนวลพบกับความแข็งแกร่ง และความหวานพบกับความขม ต่อด้วย “ICONCRAFT” กับโชว์ ‘The Living Thai Wisdom’ ที่เชื่อว่าภูมิปัญญาไม่ได้หยุดอยู่ในอดีต แต่ยังมีชีวิตผ่านผู้คน งานฝีมือ และการสร้างสรรค์ครั้งใหม่ ถ่ายทอดผ่าน 3 บทจาก 3 นักออกแบบ และปิดท้ายกับ “HOOK’S PRESENTED BY O&B” กับคอลเลกชัน ‘THE MOTHERSHIP’ ที่เริ่มจากจินตนาการว่าหากผู้มาเยือนจากนอกโลกเดินทางมาถึงประเทศไทยวันนี้ พวกเขาจะได้พบ ‘ความเป็นไทย’ ในรูปแบบใด



