เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2569 ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายคิม อาริส บุตรชายของนางอองซาน ซูจี เปิดเผยว่าได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับมารดาเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 ว่า ถือเป็นก้าวที่ดี ทั้งนี้ไทยมองว่าควรมีการพูดคุยกับเมียนมาแบบค่อยเป็นค่อยไป และเป็นไปในลักษณะที่ไม่สร้างความชอบธรรมให้เมียนมา จึงทำให้เริ่มมีสัญญาณที่ดีจากเมียนมา เพราะเริ่มเปิดให้คนเข้าพบนางอองซาน ซูจี โดยล่าสุดผู้อำนวยการองค์กรกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้เข้าพบ เพื่อยืนยันว่านางอองซาน ซูจี มีสุขภาพที่ยังแข็งแรงอยู่ ซึ่งสร้างความสบายใจให้กับหลายประเทศ และล่าสุดทราบว่าทางการเมียนมาได้อนุญาตให้ลูกชายได้พูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะปัญหาในเมียนมา ต้องแก้ด้วยตัวเขาเอง เราเพียงแต่ให้การแนะนำสนับสนุนทำในสิ่งที่ดีและทำในสิ่งที่ควรจะทำมากยิ่งขึ้น

“จะไปกดดันแค่ไหน ถ้าเขายังไม่ทำก็ไม่ทำ แต่ถ้าเขาเห็นว่าเป็นประโยชน์ของเขาเอง ที่เขาจะนำประเทศเขากลับสู่อาเซียน เปิดให้มีเวทีการพูดคุยกับกลุ่มต่อต้านต่างๆ เราในฐานะเพื่อนบ้านก็ได้แต่ให้กำลังใจ และพูดคุยด้วย” นายสีหศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือน พ.ย. นี้ จะมีการหยิบยกเรื่องของเมียนมามาพูดคุยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องเมียนมาต้องมีการพูดคุยกันอยู่แล้วตั้งแต่การประชุมระดับรัฐมนตรีก่อนที่จะนำไปสู่การประชุมในระดับผู้นำอาเซียน ซึ่งตรงนี้เราก็ต้องมาประเมินว่า ท่าทีอาเซียนจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยคำนึงถึงพัฒนาการใหม่ๆ ของเมียนมา อย่างไรก็ตามท่าทีของไทย อยากให้เมียนมากลับเข้าสู่อาเซียน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นความพยายามของเมียนมาด้วย ซึ่งคงต้องประชุมกันในระดับรัฐมนตรีก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำ โดยไทยพร้อมสนับสนุนว่าควรต้องมีการประเมินท่าทีของเมียนมาและต้องดูข้อเท็จจริงว่ามีพัฒนาการอะไร ซึ่งก็หวังว่าทุกคนจะเห็นว่ามีสัญญาณที่ดีขึ้น หากสัญญาณดีขึ้น ก็ควรจะนำเขากลับมา แต่จะกลับมาเมื่อไหร่อย่างใด ก็เป็นเรื่องที่อาเซียนต้องคุยกัน.