เรียกว่ากลายเป็นประเด็นที่เพื่อนพ้องในวงการและแฟนคลับพากันแซวฉ่ำ เมื่อผู้จัดและนักแสดงสาวสุดสตรอง “หนิง ปณิตา” สามารถคว้าช่อดอกไม้ในงานแต่งงานของเพื่อนสนิทอย่าง “โอ๋ ภัคจีรา” และ “เบียร์ สรณัฐ” ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นช่อดอกไม้ช่อที่สองต่อจากงานของสาว “วุ้นเส้น วิริฒิพา” โดยสาวหนิงได้เปิดใจถึงโมเมนต์ดังกล่าวว่า

“ล่าสุดได้ช่อดอกไม้ในงานแต่งโอ๋ ภัคจีรา หนิงได้ช่อดอกไม้งานแต่งมาสองงานแล้วนะ งานวุ้นเส้น (วิริฒิพา) กับงานคุณโอ๋ (ภัคจีรา) แต่งานคุณโอ๋จริงๆ แล้วต้องบอกว่า มันรับพร้อมกันสองคน ก็คือพี่ส้มโอ ประเทือง รับพร้อมกันสองคน แต่ว่าด้วยเขาตัวสูงกว่า แล้วหนิงไม่อยากกระชากแย่ง แล้วเป็นพี่สาวเรา ก็รู้สึกว่าเราไม่อยากกระชาก แต่มันจับพร้อมกันแล้ว หนิงก็เลยปล่อย แต่เขาก็บอกว่ามาเลยพี่ให้น้อง พี่อยากให้น้องได้แต่งงานเป็นคนต่อไป พี่ลุ้น พี่ส้มโอก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบหาแฟนมาให้หนิง (หัวเราะ) พี่ส้มโอก็เลยยกให้หนิง แล้วในนั้นมีทองด้วยนะ แต่หนิงไม่รู้เลยว่ามันมีทองกี่บาท ยังไม่ได้มีเวลาดูทองเลยค่ะ
คนก็แซวฉ่ำจริงๆ เจ้าสาวคนต่อไปหรือเปล่า เดี๋ยวขอทำธุรกิจให้ได้เงินก่อนนะ ถ้าหนิงไม่มีเงิน ใครเขาอยากจะมาแต่งงานกับหนิงล่ะ ถ้าหนิงไม่มีเงิน ใครจะอยากแต่งงานกับหนิง ผู้ชายเดี๋ยวนี้เขาคบผู้หญิง ถ้าผู้หญิงต้องไปนั่งเกาะเขากิน เขาก็ไม่เอาเรานะ ถามว่ามีเงินก็จะแต่งใช่ไหม หมายถึงว่าตัวหนิงมีตังค์ใช่ไหม พี่ๆ ไปบอกณิรินก่อนได้ไหม ให้ไปถามณิรินก่อนว่า ณิรินโอเคมั้ย เห็นในคลิปมั้ยคะ พอหนิงได้ช่อดอกไม้ แล้วหนิงก็ถ่ายว่าคนได้ดอกไม้ จะได้แต่งงานเป็นคนต่อไป เขาเรียกว่าคนโบราณพูดอย่างงั้นใช่ป่ะ ณิรินก็เดินเข้ามาในคลิปทันทีเลยแต่งกับหนู
ถามว่าลูกสาวหวงเหรอ ไม่หรอก หนิงว่าเรื่องอย่างนี้มันคงไม่เกิดขึ้นกับหนิงหรอก อย่างที่หนิงให้สัมภาษณ์ทุกครั้งแล้วว่า ชีวิตหนิงทั้งชีวิตมันคือณิริน ถ้าอะไรก็แล้วแต่ณิรินไม่โอเค เราก็จะไม่มีทางโอเคอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าทุกวันนี้กับงานหนิงค่อนข้างทุ่มเท บ้างานมาก เพราะอยากสร้างความมั่นคงให้กับลูกก่อน อันนี้คือสำคัญที่สุด คนที่เข้ามาถามว่ามีไหม มี แต่ไม่มีใครทนได้สักคน มาแล้วก็ไป เพราะว่าเราไม่มีเวลา ส่วนความเชื่อได้ช่อดอกไม้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง หนิงได้สองอันแล้วนะ หนิงจำได้ว่าก่อนหน้านู้น หนิงได้งานคุณนุ่น วรนุช จำได้ป่ะ แล้วหนิงก็ได้แต่งต่อไป แต่อันนี้หนิงก็ได้สองงานแล้วนะ ก็อาจจะ แต่ไม่หรอก อายุจะ 50 แล้ว ใครจะมาเอา

ฟีลในงานแต่งโอ๋ ที่เป็นโหนกระแส ตกใจ คำถามแรกเลย เพราะว่าหนิงยืนข้างพี่เมย์ (ปทิดา) คำถามแรกหนิงก็หันไป พี่เมย์รู้เรื่องหรือเปล่า พี่เมย์ก็หัวเราะ ไม่รู้เรื่องๆ ก็เห็นพี่เมย์กดไลน์ไม่รู้ว่ากดไลน์หาพี่หนุ่มหรือเปล่า ก็เป็นซีนที่น่ารักมากๆ อีกซีนหนึ่ง ส่วนบรรยากาศวันนั้น รีเวดดิ้งได้ไหม มันเป็นความอบอุ่น น้ำตาไหล สนุกสนาน ร้องไห้ ทิ้งตัว คือเพื่อนแก๊งนี้เวลาเจอกันมันจะเป็นอะไรที่เหมือนได้ปลดปล่อยแล้วได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เราจะเจอกันทุกๆ วันเกิดของ 9 ท่านอยู่แล้ว แต่พอมันเจอกันในงานที่เป็นงานใหญ่มาก แล้วเราได้เห็นพี่เรา ได้มีความสมบูรณ์แบบในความรักอีกครั้งหนึ่ง เรารู้สึกว่ามันฟูลฟีล คือเขาได้แต่งเหมือนเราได้แต่งด้วย มันเหมือนงานแต่งงานกลุ่มงานนี้ เพราะว่าทุกคนฟูลฟีลไปหมด แล้วทุกคนก็เรียกร้องอยากจะให้รีเวดดิ้งอีกรอบหนึ่ง
แล้วพอเราไปอยู่ในโมเมนต์แบบนั้น มันเติมเต็มความรักของเราในมุมนี้อย่างไร ก็เสร็จงานปุ๊บ หนิงเดินไปคุยกับเบียร์ แล้วบอกกับเบียร์ว่า ฉันภูมิใจในตัวแกว่ะ ไอ้น้องชาย ฝากพี่สาวด้วย แล้วก็ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึง พูดแล้วยังจะน้ำตาไหลเลย แกเก่งมากเลยนะ แกทำให้ฉันเชื่อว่าความรักที่มันต้องเสียสละ ในมุมมองฉัน ฉันไม่เคยเชื่อคำนี้ ฉันไม่ศรัทธาคำนี้เลย กับคำว่าความรักควรจะต้องเสียสละบ้าง แต่แกทำให้ฉันรู้สึกว่า ความรักมันต้องมาควบคู่กับความเข้าใจ ความเสียสละ แกทำให้ฉันได้เห็นในมุมนี้จริงๆ

เพราะต้องบอกว่า เบียร์เป็นมนุษย์ที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย คือต่อให้พี่โอ๋จะต้องไปทำหน้าที่แม่ พี่โอ๋อยู่ทำหน้าที่เพื่อน เขาก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย แล้วคนไหนที่พี่โอ๋รักเขาก็รักทุกคน จนเรารู้สึกว่าก่อนหน้านี้ เราโขกสับเขามากเกินไปหรือเปล่า เราก็แกล้งเขาทุกวิถีทางที่เราจะทำได้เพื่อเราจะได้รู้ว่าเขาใช่คนจริงหรือเปล่า แต่เขาเป็นคนน่ารักมากๆ
ชื่นชมมิตรภาพ พี่เฟี๊ยต มธุกร อดีตสามีโอ๋ มาร่วมงานด้วย ใช่ แล้วยิ่งพี่เฟี๊ยตมาด้วยนะ โอ้โห น่ารักอ่ะ น่ารักมากๆ แล้วยิ่งตอนแสนดีร้องเพลง ตอนนี้คือจุดที่ทำให้ป้าๆ น้าๆ อาๆ น้ำตาไหลพรากเลยอ่ะ พอเสร็จตอนร้องเพลงยัยณิรินเดินมาหาแล้วมากอด แม่ หนูภูมิใจมาก แสนดีร้องเพลงเพราะมาก ภูมิใจในตัวแสนดีมากเลย หนิงก็บอกณิรินเธอก็อยู่ด้วยกันทุกวัน ร้องเพลงอยู่ด้วยกันทุกวัน เต้นอยู่ด้วยกันทุกวัน เธอเป็นอะไรณิริน ฮามาก ถามว่าได้บอกไหมว่าณิรินมาร้องเพลงในงานแต่งแม่แบบนี้นะ หนิงพูดไปแล้ว ณิรินทำท่าอย่างงี้ อาจจะยังนะ”




