กรณีเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็งและอาสาสมัครเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ติดตามตรวจสอบแหล่งน้ำบริเวณลำรางอ่างปลากั้ง ต.ลาดตะเคียน หลังพบคราบน้ำลักษณะคล้ายสีรุ้งใกล้โรงงานกำจัดขยะแห่งหนึ่ง จนเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนสารเคมี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งหากินและแหล่งน้ำของช้างป่าในพื้นที่

โดยเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็งร่วมกับอาสาสมัครเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจบริเวณแหล่งน้ำ พร้อมสนับสนุนภารกิจเก็บตัวอย่างน้ำร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว เพื่อนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณภาพน้ำและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า

ข้อมูลจากเครือข่ายระบุว่า บริเวณลำรางอ่างปลากั้ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี ใกล้แนวรอยต่อกับ ต.เขาไม้แก้ว จ.ปราจีนบุรี และ ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา มีช้างป่าเข้ามาใช้ประโยชน์ประมาณ 14 ตัว โดยช้างบางส่วนเดินทางออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเข้ามาหากินในพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนาข้าวและไร่อ้อย รวมถึงใช้แหล่งน้ำในบริเวณดังกล่าว

สำหรับ “สีดอมะโหนก” หรือ “สีดอสิบล้อ” เป็นหนึ่งในช้างป่าที่มีการติดตามพฤติกรรมในพื้นที่ โดยมีรายงานพบอยู่ในแปลงอ้อยบริเวณทุ่งพระยาจ่าย ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งอาสาสมัครเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าจาก ต.เขาไม้แก้ว บันทึกภาพไว้ได้ระหว่างเข้าไปสนับสนุนภารกิจเก็บตัวอย่างน้ำ ทั้งนี้ ข้อมูลจากเครือข่ายระบุว่าช้างยังคงอยู่ในแปลงอ้อยเดิม และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเคลื่อนย้ายไปยังจุดเก็บตัวอย่างน้ำ

ขณะที่เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 69 นายเอกชัย แสนดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ระบุว่า เมื่อเวลา 11.20 น. เครือข่ายอาสาสมัครใช้โดรนบินสำรวจและติดตาม “สีดอมะโหนก” พบอยู่ภายในไร่อ้อยในพื้นที่ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ห่างจากแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ 35 กิโลเมตร

จากการประเมินด้วยสายตาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าช้างมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ ไม่พบอาการซึมหรือแสดงอาการเจ็บป่วย ยังคงกินอ้อย มีการสะบัดหูและเดินได้ตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามพฤติกรรมและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสภาพร่างกายและพฤติกรรมการดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตจากเครือข่ายเกี่ยวกับอาการซึมของช้าง แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากการตรวจสุขภาพทางสัตวแพทย์ และไม่มีผลตรวจที่ระบุว่าช้างได้รับสารเคมีจากแหล่งน้ำดังกล่าว จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอาการที่มีผู้สังเกตเห็นเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำหรือไม่

ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือผลตรวจตัวอย่างน้ำจากบริเวณที่พบคราบสีรุ้ง และการเฝ้าระวังสุขภาพช้างป่าที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และประเมินความเสี่ยงต่อสัตว์ป่าและประชาชนอย่างรอบด้าน.