นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการด่วนให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ติดตามสถานการณ์การชุมนุมและความไม่สงบในยุโรปอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมมาตรการรองรับ ช่วยผู้ประกอบการไทยวางแผนธุรกิจได้อย่างทันท่วงที
สถานการณ์ความไม่สงบในยุโรป
- พื้นที่เกิดเหตุ: มีรายงานการชุมนุมประท้วงใน 6 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส, อิตาลี, โปรตุเกส, แอลเบเนีย, สเปน และเบลเยียม
- สาเหตุการเรียกร้อง: ปัญหาค่าครองชีพ ค่าจ้างแรงงาน และปัญหาที่อยู่อาศัย
- ความเสี่ยงเพิ่มเติม: การปะทะในบางพื้นที่ รวมถึงความเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานที่อาจนัดหยุดงาน ส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งทางอากาศ ทางบก และการกระจายสินค้า
ผลกระทบต่อการค้าและการส่งออก
หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง อาจส่งผลกระทบต่อ:
- กำลังซื้อของผู้บริโภค และความต้องการสินค้าบางกลุ่มในยุโรป
- ระบบโลจิสติกส์ ทำให้ระยะเวลาการส่งมอบสินค้านานขึ้น และต้นทุนการดำเนินธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น
(หมายเหตุ: ในช่วง ม.ค.–ส.ค. 2569 การค้าระหว่างไทย-สหภาพยุโรป มีมูลค่ารวม 34,692.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+17.13%) โดยไทยส่งออกมูลค่า 21,062.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+21.89%) และได้ดุลการค้า 7,431.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ข้อแนะ 6 แนวทางรับมือผู้ส่งออกไทย
กระทรวงพาณิชย์แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัวและบริหารจัดการความเสี่ยง ดังนี้:
- เช็กสถานะการขนส่งใกล้ชิด: ติดตามสถานะและหารือกับคู่ค้าเพื่อปรับกำหนดส่งมอบสินค้า หากส่งผลกระทบต่อสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น
- กระจายความเสี่ยงสู่ตลาดใหม่: ลดการพึ่งพาตลาดยุโรปชั่วคราว หันไปเร่งเจาะตลาดอาเซียน เอเชียใต้ หรือตะวันออกกลาง
- ทำประกันภัยขนส่งเพิ่ม: ขยายความคุ้มครองเสริมของประกันภัยให้ครอบคลุมภัยจลาจลและการเจตนาทำลายทรัพย์สิน
- บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน: ปรับสัดส่วนการถือครองเงินสกุลยูโร หรือทำสัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้า เนื่องจากเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าลง
- ปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่ง: หลีกเลี่ยงท่าเรือในฝรั่งเศสและยุโรปตะวันตก โดยเลี่ยงไปใช้เส้นทางยุโรปเหนือ/ยุโรปใต้ แล้วเชื่อมต่อด้วยระบบราง
- ย้ายคลังสินค้าคงคลัง: โยกย้ายการจัดเก็บสินค้าจากพื้นที่เสี่ยงไปฝากไว้ในประเทศที่มีความปลอดภัยสูงกว่า



