สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่าผลเบื้องต้นของการเลือกตั้งประธานาธิบดีบัลแกเรีย เมื่อวันอาทิตย์ ปรากฎว่า จะนำไปสู่การแข่งขันรอบชิงคำหรือรอบชี้ขาด ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ระหว่างนางอิลิยานา โยโตวา วัย 61 ปี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคก้าวหน้าบัลแกเรียของนายรูเมน ราเดฟ นายกรัฐมนตรี และพรรคสังคมนิยม กับนายอันเดรย์ กยูรอฟ วัย 50 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายค้านสายปฏิรูปที่สนับสนุนชาติตะวันตก
Bulgaria is voting in a presidential election, with Russia's war on Ukraine at its doorstep.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) October 25, 2026
Earlier drone strikes off Bulgaria's Black Sea coast likely killed some two dozen international seafarers.
???? https://t.co/p0Os97Cm0v pic.twitter.com/QsBtftE24L
การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครลงชิงตำแหน่งมากถึง 27 คน โดยประเด็นสำคัญในการหาเสียง ได้แก่ สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ความตึงเครียดในทะเลดำ หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีเรือพาณิชย์บริเวณนอกชายฝั่งบัลแกเรีย ตลอดจนปัญหาราคาพลังงานและเงินเฟ้อ ที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน

โยโตวาสนับสนุนการแก้ไขสงครามยูเครนผ่านการเจรจาทางการทูต และต้องการปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัสเซีย ขณะที่กยูรอฟสนับสนุนยูเครนและความร่วมมือกับพันธมิตรชาติตะวันตก โดยเคยลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงกับรัฐบาลเคียฟระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการ

แม้ตำแหน่งประธานาธิบดีของบัลแกเรียมีบทบาทส่วนใหญ่ในเชิงพิธีการ แต่ประธานาธิบดียังเป็นผู้บัญชาการกองทัพ มีอำนาจยับยั้งกฎหมาย และลงนามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ทำให้ผลการเลือกตั้งรอบชี้ขาดมีความสำคัญต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศ และความสัมพันธ์ ระหว่างบัลแกเรียกับรัสเซียและชาติตะวันตก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



