เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยนายอนุทิน ชี้แจงถึงการเรียกเงินเยียวยาคืนของบ้านพักข้าราชการ ว่า เมื่อจ่ายไปแล้ว​ จะเรียกคืน ตนว่ายาก ไม่ต้องเรียกคืนหากเขาไม่เข้าเกณฑ์และเขาไม่คืนมาเราก็ต้องใช้วิธีหักลบกลบหนี้ เป็นบ้านพักข้าราชการได้สิทธินั้นไป ก็ต้องไปดำเนินการเอามาคืน ถ้าไม่คืนก็ต้องแจ้งกองคลังของหน่วยงานสังกัด เมื่อเขาทำผิดระเบียบความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ เวลาเข้ามาก็อยากจะจ่ายความเสียหายให้เร็วที่สุด แต่เมื่อไม่เข้าเกณฑ์เราก็ต้องดำเนินการ และเรามีความชอบธรรมที่จะดำเนินการอยู่แล้ว จึงขอฝากผู้ว่าฯ กทม. หารือร่วมกันได้

ด้านนายชัชชาติ​ สิทธิพันธ์​ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ กล่าวว่า​ ในเรื่องเงินเยียวยาพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทางผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีเงินสำรอง 50 ล้านเหมือนที่อื่น​ ซึ่งเงิน​ 50 ล้านบาทอยู่ที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นผู้ดำเนินการ เรื่องเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจะมาจาก 2 ส่วน คือ​งบกลางที่ผู้ว่าฯ มีอำนาจใช้ในกรณีฉุกเฉิน 400 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบภัยโดยตรง​ 162 ล้านบาท​ จำพวกถุงยังชีพ อาหารต่างๆ และอีก 210 ล้านบาท โอนไปสมทบ ปภ. ในกรณีเงินเยียวยา 5,000 บาท และ 9,000 บาทต่อครัวเรือน​ ซึ่งงบกลางที่จะเหลือใช้ของ กทม. ตอนนี้ เหลือเพียง 28 ล้านบาท​ ซึ่งเป็นเงินเกินดุลที่เก็บมา ใช้หนี้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS  ไป 70,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเหลือน้อยมาก หากคิดถึงหนี้เก่าแล้ว เหลือเงินอยู่เพียง 1,420 ล้านบาท เจียดมาจะเข้าสภา กทม. ในวันที่ 28 ต.ค. นี้ เพื่อนำไปจ่ายซ่อมบ้านเรือนของประชาชน​ 1,139 ล้าน​บาท ซึ่งเงินเหลือจริงๆ เพียง 281 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่เหลืออยู่ในธนาคารสามารถใช้ได้ หากมีอะไรฉุกเฉินในอีก 1 ปีข้างหน้า​ หรือว่า สถานการณ์การเงินของ กทม. ค่อนข้างวิกฤติ​ งบกลางเหลือเพียง 28 ล้านบาท และเงินสมทบจ่ายขาดที่จะเอาไปใช้ได้เหลือ 281 ล้านบาท​ ส่วนเงินที่จะนำไปใช้เยียวยาประชาชนทั้งหมด 1,511 ล้านบาท​ ที่มาจากเงินของเราเอง ทั้งนี้ ในส่วนของ กทม. ในเรื่องเงินเยียวยา เราขอเท่าที่ให้ไปแล้ว 210 ล้านบาท 

จากนั้น นายกฯ กล่าวว่า ทั้ง 2 หน่วยงาน (กทม. และ ปภ.) จะต้องไปประชุมกัน โดยให้ รมช.มหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมด้วย ถ้ามีเหตุมีผลตนได้หมด ซึ่งเงินก็วนเวียนอยู่ตรงนี้ แต่ทั้งสองหน่วยงานต้องหาข้อตกลงกันให้ได้ เพราะถ้าหากยังเกี่ยงกัน เงินก็จะให้กับประชาชนช้าลง โดยต้องเร่งประชุมและหาข้อสรุป ซึ่งตนได้จัดการในส่วนของตนไปแล้ว ในระหว่างนั้น นายชัชชาติ ได้กล่าวแทรกว่า ตนมีอีกเยอะที่ต้องไปซ่อมแซม ก่อนกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี.