เรียกว่าเป็นข่าวใหญ่ที่ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเซอร์ไพรส์และร่วมยินดีกันอย่างถล่มทลาย สำหรับดาราสาวตัวแม่ “ดิว-อริสรา ล่ำซำ” ที่ล่าสุดได้จดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการกับ “วู้ดดี้-พุฒิพงศ์ ล่ำซำ” นักธุรกิจหนุ่มทายาทตระกูลดัง ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด ในงานฉลองเปิดโฉมใหม่ EVEANDBOY THE NEW Underground Siam Square One สาวดิวก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ โดยยอมรับว่า

“สำหรับข่าวดีก็แฮปปี้ค่ะ หลายคนก็เซอร์ไพร้ส์กับการเปลี่ยนนามสกุล ก็ต้องขอบคุณทางตัวพี่วู้ดดี้ เขาก็ให้เกียรติเรา เขาก็อยากให้เรารู้สึกว่าเขาจริงจังกับความสัมพันธ์นี้จริงๆ เขาให้เกียรติเรามากๆ เราก็เลยไปเปลี่ยน ในวันที่เขาชวนเราไปจดทะเบียน แล้วก็รู้สึกดีนะ ก็รู้สึกตื้นตันแหละ เพราะตัวเราเองก็ประวัติมากมาย แล้วเราก็มีลูก ก็อย่างที่ทุกคนรู้ เขาเป็นคนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า ความรักดีๆ มันยังมีอยู่ แล้วโอกาสมันก็ยังมีเสมอ กับคนดีๆ ที่เขาให้โอกาสเรา
เราก็รู้สึกขอบคุณเขา ดิวรู้สึกว่าดิวโชคดีแหละ ถามว่ามองว่าระยะเวลามันมีผลไหม พอเราผ่านอะไรกันมาเยอะๆ แล้ว ดิวว่าระยะเวลามันไม่ใช่ว่า… ถ้าทุกคนรู้สึกอาจจะรู้สึกว่ามันไว แต่จริงๆ แล้วความสัมพันธ์มันก็ค่อยๆ พัฒนานะ มันไม่ได้หมายความว่ารวดเร็วปังๆๆ อย่างที่ทุกคนคิด แต่แค่เราไม่ได้ออกมานั่งพูดอะไร ทั้งนั้นเราเลยรู้สึกว่าถ้าเราเข้าใจการคุยกัน แล้วเรารู้สึกว่ามันใช่ มันก็ไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะแยะ ก็เป็นตัวของตัวเองมากๆ
ถามว่าทำไมถึงมองว่าคนนี้เป็นคนที่ใช่ คือเขาก็ทำให้เรารู้สึกว่า เรารู้สึกได้ เขาคือคนที่รักเรา และเรารู้สึกได้ว่า ความรักดีๆ มันมีอยู่ แล้วคือเขาเป็นคนที่มองปัจจุบัน เขามองไปข้างหน้า เขาอยู่กับปัจจุบัน มีภาพหลายๆ อย่างค่อนข้างชัดเจน ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่ต้องย้อนกลับไปเจ็บปวดกับสิ่งที่เราเคยผ่านมา

หลังๆ เขาคลั่งรักเรามากขึ้น จริงๆ เราคลั่งรักกันตลอด หลายคนก็เชียร์คู่เราให้เจอเรื่องราวดีๆ ก็ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ที่อยากให้ดิวเจอรักดีๆ วันนี้ดิวก็ไม่กล้าพูดมากนะ ไม่กล้าออกตัวแรงเยอะ แต่ ณ วันนี้ดิวก็ได้รับความรักที่ดีมากๆ ทั้งจากตัวเขาและคนในครอบครัวเขา ถามว่ามันเป็นการตัดสินใจยากไหม ที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ บางสิ่งบางอย่าง ดิวก็ต้องยอมรับว่าดิวก็มีความกลัวเหมือนกัน บางสิ่งบางอย่างพอมันถูกที่ถูกเวลา มันลงตัว มันไม่มีอะไรยาก
แต่ระหว่างทางหลายคนก็คิดว่าท้องก่อนหรือเปล่า คือเราก็รู้อยู่แล้วไงว่าเราเป็นยังไง ดิวเข้าใจ ทุกคนมีสิทธิ์คิดในหลายๆ รูปแบบ กระแสต่างๆ ดิวก็เห็นบ้าง อย่างตัวย่อ หรือว่าแมวเก้าชีวิต หรืออื่นๆ ดิวก็เห็น ถามว่ารู้สึกยังไงกับคำว่าแมวเก้าชีวิต ดิวก็ไม่ได้อยากได้รับฉายานี้ เพราะดิวก็ไม่รู้ว่า ชีวิตดิวมันจะรอดหรือเปล่า หมายถึงว่าในช่วงเวลานั้นๆ ถึงเราจะผ่านมาได้ มันก็เจ็บปวด มันก็มีบทเรียน เราต้องปรับปรุงแก้ไข ในวันนี้สิ่งที่เราต้องทำก็คือเก็บสิ่งดีๆ ให้มันอยู่กับเราให้ได้นานๆ แล้วเราก็ต้องประพฤติดีด้วย
อย่างวันนั้นที่เกิดเหตุการณ์ถามว่าคิดว่าเราจะมีชีวิตที่ดีเหมือนวันนี้ไหม คือไม่เคยคาดคิดเลยค่ะ แล้วก็ไม่คิดว่าจะมีความรักด้วย เพราะว่ามันเลยจุดที่มันจะคิดถึงความรักของตัวเองไปแล้ว แล้วพอเรามีลูกเราก็สารภาพตัวเองว่าแอบลืมนึกถึงตัวเองไป เราก็จะเอาลูกเราเป็นหลักเสมอ พอมาวันนี้เราก็มองเห็นว่า ก็มีคนคนหนึ่งที่อยากแก่ไปกับเรา แล้วเราก็รู้สึกโอเคกับความคิดของเขา ถามว่าเรามองอนาคตของเรายังไงบ้าง ก็มองอนาคตว่า มีอนาคต คือหลังจากนี้อะไรที่ผิดพลาด เราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นบทเรียน อะไรที่ไม่ดี เรารู้แล้วเรียนรู้แล้วได้รับบทเรียนอย่างสะสมแล้ว ก็พยายามอยู่กับปัจจุบัน พี่วู้ดดี้เขาก็บอกเราว่าให้อยู่กับปัจจุบันให้ดี แล้วก็ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ตอนนี้เราก็ไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา

ถามว่ากดดันไหม ดิวไม่ค่อยกดดัน มันไม่มีอะไรแย่ไปกว่าที่ผ่านมา จากสิ่งที่เคยผ่านมา มันไม่มีอะไรแย่ไปกว่านั้น ดังนั้นตอนนี้ก็คือทำทุกวันให้ดี มีความสุขกับทุกๆ วัน ดีต่อกัน มันค่อนข้างเรียบง่าย แล้วก็ไม่ได้หวือหวาอะไรเลย ส่วนชินหรือยังคนเรียกสะใภ้หมื่นล้าน คือไม่อยากให้มองแบบนั้น ไม่อยากให้เรียกแบบนั้นเพราะว่าจริงๆ พี่วู้ดดี้ก็จะพูดกับดิวว่าเขาไม่อยากให้ดิวเข้าใจว่าดิวโชคดีนะ เพราะเขามองว่าสิ่งที่ดิวเป็นสิ่งที่ดิวทำทำให้ดิวได้โชคนั้นมา เขาจะพูดให้เรามองเห็นคุณค่าของตัวเอง เพราะถ้าเพราะโชคก็เหมือนเขาไม่ได้คิดเลย มันก็ด้วยกันประกอบ
ตอนที่เขาสวมแหวน การให้คำมั่นสัญญาก็จริงจังอ่ะ คือจริงๆ มันก็มีหลายๆ สเต็ปก่อนที่จะสวมแหวนอยู่แล้ว เรารู้แล้วว่าเขาจริงจังตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันมีหลายๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนจะสวมแหวนอยู่แล้ว ดังนั้นเราก็รู้ทิศทาง แต่ตอนแรกเราแค่อยากให้มันเป็นเรื่องไพรเวต แต่ตัวเขาเองก็เข้าใจว่ามันจะไพรเวตขนาดนั้นไม่ได้ ก็เลยออกมากลางๆ ส่วนเรื่องอนาคต เรื่องการแต่งงาน ฉลองสมรส มีน้อง จะยังไงบ้าง ฉลองสมรสก็คงมีค่ะ เราก็มีการแพลนกัน แต่ก็คือสเต็ปบายสเต็ปทีละอย่าง ทุกๆ อย่างเกิดขึ้นเหมือนคนมีความรัก มีครอบครัว เริ่มต้นชีวิตใหม่ ส่วนมีแพลนมีลูก ก็มีค่ะ ก็ให้เป็นสเต็ป เป็นธรรมชาติทุกๆ อย่างไป คือไม่ได้ปฏิเสธ แล้วก็ไม่ได้ต้องป่าวประกาศอะไร เอาตรงๆ อยากใช้ชีวิตปกติ เพราะเราหนักหนามาแล้ว เราเล่นใหญ่มาเยอะ ตอนนี้ก็เลยเฉยๆ ดีกว่า
หลายคนบอกอยากได้องค์แม่ดิวไปบูชา คิดจะจัดทำรุ่น 1 ไหม ไม่มีทำค่ะ (เห็นข่าวไหมว่าคนอยากได้องค์แม่ดิว?) เห็นค่ะ รู้สึกว่าอย่าหาเรื่องให้ดิวเลย ดิวอยากอยู่เงียบๆ แต่ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ แล้วก็ดีใจกับเรา ดิวรู้สึกดีใจที่หลายๆ คนยินดีกับดิวมากกว่า ก็รู้สึกว่ามีคนรักเรามากกว่าที่เราคิด วันนี้บอกตัวเองยังไงบ้าง ชีวิตเป็นยังไง ในวันนี้เราก็บอกกับเราว่า โป๊มากไม่ได้ขนาดนั้นแล้วนะ โป๊มากไม่ได้แล้ว อาจจะไม่ได้เห็นแล้ว คือบางสิ่งบางอย่างเราก็ต้องแลกมา บางครั้งการเป็นตัวของตัวเอง 100% มันก็ไม่ได้
ก็ขอแจ้งนิดนึง ข่าวเรื่องที่บอกว่าเราไปมู ไม่ได้มูนะคะ สารภาพจริงๆ ว่าทำงานหาเงินใช้หนี้อย่างเดียวจริงๆ ไทม์ไลน์ตรงนั้นคือตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อเคลียร์หลายๆ อย่าง ดังนั้นถ้าดิวจะต้องไปมูอะไรเยอะๆ ก็อาจไม่ใช่ แต่ถามว่าเข้าวัดทำบุญ ทำดีกับพ่อแม่ เราทำอย่างสม่ำเสมอเท่าที่เราทำได้อยู่แล้ว“




