สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่านายโลรองต์ นูเนซ รมว.กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส กล่าวว่า กำลังตำรวจจำนวนมากถึง 70,000 นาย ช่วยป้องกันไม่ให้การประท้วง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บานปลายเป็นเหตุรุนแรงซ้ำรอยจลาจล เมื่อวันที่ 17 ต.ค.


อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงการชุมนุมครั้งต่อไปในวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งตรงกับคืนวันฮาโลวีน นูเนซตอบว่า มีความเป็นไปได้อย่างชัดเจนที่จะเกิดความวุ่นวายอีก พร้อมระบุว่า ในคืนดังกล่าวมักเกิด “สถานการณ์คึกคัก” และคาดว่าจะรับมือได้ยากอีกครั้ง


การประท้วงที่สร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ดำเนินต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ ขยายวงกว้างจากความไม่พอใจของนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปนโยบายที่เกี่ยวข้อง ไปสู่การเข้าร่วมของสหภาพแรงงานและกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง ซึ่งเคยจัดการประท้วงครั้งใหญ่ เพื่อต่อต้านแรงกดดันทางเศรษฐกิจ รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น


นูเนซเปิดเผยว่า ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงรวม 1,435 คน ทั่วประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และพบปรากฏการณ์ใหม่ คือกลุ่มขวาจัดที่รวมตัวกันอย่างเป็นระบบเข้าปะทะกับนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายจัดในหลายเมือง อาทิ นีซและมงต์เปลลิเยร์ โดยกลุ่มขวาจัดอ้างว่าต้องการปกป้องร้านค้า แต่ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่การปะทะกับมวลชนที่มีแนวคิดฝ่ายซ้ายจัด


ด้านน.ส.โมด์ เบรฌอง โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส กล่าวว่า รัฐสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเข้มแข็ง พร้อมยอมรับว่า ข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงมีประเด็นที่สมควรได้รับการแก้ไข แต่ย้ำว่าต้องฟื้นฟูความสงบก่อน จึงจะสามารถเปิดการเจรจาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


อย่างไรก็ตาม การที่มาครงเหลือวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีถึงเดือนเม.ย. ปีหน้า และรัฐบาลกำลังกับเผชิญข้อจำกัดด้านการคลัง ทำให้มีพื้นที่ไม่มากนักในการเสนอเงินช่วยเหลือ หรือมาตรการราคาแพงเพื่อยุติความไม่พอใจ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS