นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลางและแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ คาดว่าปี 69 นี้จะมีจำนวนกว่า 7 แสนคน ขณะที่เมื่อปี 68 มีกว่า 8 แสนคน โดยถือว่าฟื้นตัวขึ้นชัดเจน
จากช่วงที่เกิดเหตุจนถึงเดือนพ.ค.69 มีอยู่กว่า 2 แสนคน ขณะที่เดือนพ.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5-6 แสนคน ส่งผลให้ที่เคยติดลบสูงถึง 30% ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา มีแนวโน้มติดลบไม่เกิน 6%
สำหรับตลาดซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก โดยนักท่องเที่ยวลดลงเกือบ 40% ขณะที่ข้อจำกัดด้านสนามบินและการยกเลิกเที่ยวบิน โดยเฉพาะเส้นทางริยาด-กรุงเทพฯ ซึ่งมีเที่ยวบิน 10 เที่ยวต่อสัปดาห์ ส่งผลให้การเดินทางบางส่วนหยุดชะงัก
สายการบิน Saudia ยังคงให้บริการบินตรงจากเจดดาห์มายังกรุงเทพฯ 9 เที่ยวต่อสัปดาห์ ช่วยรักษาการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศไว้ได้ ส่วนตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังเติบโตได้ดี โดยมีสายการบิน Emirates และ Air Arabia ให้บริการต่อเนื่อง ช่วยพยุงภาพรวมตลาดตะวันออกกลางไม่ให้หดตัวรุนแรง ขณะที่สายการบินในภูมิภาคยังคงรักษาสลอตการบินและโควตาที่นั่งรวมกว่า 4 ล้านที่นั่ง เพื่อเตรียมกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ

ในระยะต่อไป ททท.จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านการจัดงานแถลงข่าวและสื่อสารกับสื่อมวลชนกลุ่มตลาดระดับบน รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นการเดินทาง แต่เนื่องจากตลาดตะวันออกกลางยังต้องรอความพร้อมของสนามบินและเส้นทางบิน
ททท.จึงเตรียมปรับแผนจัดสรรงบประมาณการตลาดบางส่วนไปเพิ่มการทำตลาดในอเมริกาเหนือ เพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ชดเชยส่วนที่หายไป พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถกลับมารุกตลาดตะวันออกกลางได้เต็มที่เมื่อการเดินทางฟื้นตัวนทท.มั่นใจเที่ยวเมืองไทย
สำหรับนักท่องเที่ยวในตลาดระยะไกล โดยเฉพาะตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา ต่างมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยและต้องการเดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากไทยประสบความสำเร็จอย่างมากจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก 2026 (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกระดับสากลผ่านกลุ่มผู้นำทางการเงินระดับโลก
ขณะเดียวกันผู้บริหารระดับสูงของไอเอ็มเอฟ ได้ประทับใจและชื่นชอบผ้าไทยอย่างมาก และพร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ในฐานะแอมบาสเดอร์ เช่นเดียวกับประธานธนาคารโลกที่เอ่ยปากชื่นชมการต้อนรับของคนไทย ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตลาดยุโรปและอเมริกาปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ข้อมูลตารางบิน OAG เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ยืนยันว่ามีเที่ยวบินตรงเข้าไทยจากตลาดระยะไกลมากถึง 32,379 เที่ยวบิน คิดเป็น 9,745,533 ที่นั่ง เพิ่มขึ้น 3.19% หรือเพิ่มขึ้นราว 319,000 ที่นั่ง โดยที่เที่ยวบินจากยุโรปครองสัดส่วนสูงสุด 18,303 เที่ยวบิน สหรัฐ 459 เที่ยวบิน ตะวันออกกลาง 13,471 เที่ยวบิน ควบคู่ไปกับการเติบโตของศูนย์กลางการบินแอฟริกาอย่างเอธิโอเปียที่มีศักยภาพสูง
“จากผลสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องลงทุนที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี โดยสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ คือ ต้องเร่งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพตามนโยบายของผู้ว่าททท.ให้เพิ่มมากขึ้นททท.”



