เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 26 ต.ค.69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และความคืบหน้าการฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง บริเวณซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ซึ่งส่งผลให้ดินโคลนและน้ำป่าไหลท่วมถนน บ้านเรือน และร้านค้า สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมี นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมเร่งรัดการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต (ปภ.จังหวัดภูเก็ต) เทศบาลเมืองป่าตอง บูรณาการร่วมกับทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และผู้ประกอบการในพื้นที่ ได้ระดมเครื่องจักรกลเข้าตักและเคลื่อนย้ายดินโคลน ก้อนหิน ขยะ ตลอดจนฉีดล้างทำความสะอาดพื้นผิวจราจร จนสามารถเปิดเส้นทางหลักบริเวณซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ให้ประชาชนสัญจรได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ ส่วนจุดดินสไลด์เพิ่มเติมจะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จากนอกพื้นที่เข้ามาช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนและฟื้นฟูชุมชน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว


นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ต.กมลา ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยปรับวิธีการและเพิ่มเครื่องสูบน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และระยะทาง เพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้จังหวัดภูเก็ตเร่งสำรวจความเสียหายและเปิดรับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบเพื่อช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ โดยได้เน้นย้ำว่า “เรื่องใดที่สามารถช่วยเหลือเยียวยาได้ก่อน ให้เร่งดำเนินการทันทีโดยไม่ต้องรอให้การสำรวจทั้งหมดเสร็จสิ้น” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านความเป็นอยู่และภาระทางการเงินของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด


“ในส่วนการป้องกันความเสี่ยงระยะยาว ได้มีการหารือร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีในการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาระบบติดตามและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการศึกษาวิธีบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่สูง โดยเฉพาะบริเวณฝายรับน้ำสะสม เพื่อกระจายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านล่าง ซึ่งตนจะลงพื้นที่ตรวจแนวทางดำเนินการเพิ่มเติมในวันที่ 27 ต.ค. นี้ นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายบังคับใช้นโยบายและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ห้ามมิให้มีการก่อสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือการถมพื้นที่รับน้ำซึ่งกีดขวางทางระบายน้ำอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยซ้ำรอยจากการขยายตัวของเมือง” นายวรศิษฎ์ กล่าว


นายวรศิษฎ์ กล่าวช่วงท้ายว่า ในช่วงนี้จ.ภูเก็ตกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว การเร่งฟื้นฟูพื้นที่และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติจึงเป็นภารกิจสำคัญยิ่ง โดยขอยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม ในบางจุดที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูและอาจมีดินโคลนตกค้าง ขอให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวระมัดระวังในการสัญจร และขอให้เชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนจะร่วมกันเคลียร์พื้นที่เพื่อคืนความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด.



