สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า “ชัยชนะอย่างเหนือความคาดหมาย” ของประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ในการเลือกตั้งผู้นำบราซิลรอบตัดสิน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเหมือนเป็นการเลือกตั้งที่มีการโกงอีกครั้ง แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว


ก่อนหน้านี้ นายฟลาวิโอ โบลโซนารู บุตรชายของนายฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตประธานาธิบดีบราซิล ซึ่งเป็นพันธมิตรกับทรัมป์ และพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ไปอย่างฉิวเฉียด ปฏิเสธยอมรับผลการเลือกตั้ง และบืนยันจะร้องเรียนให้ศาลเพิกถอนชัยชนะของลูลา โดยอ้างถึงกรณีที่ศาลฎีกาขยายเวลาลงคะแนนเสียงออกไปอีก 2 ชั่วโมง


อย่างไรก็ตาม พรรคเสรีนิยมของโบลโซนารูประกาศยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อสงสัยที่เกิดขึ้น


ขณะที่ผู้นำสหรัฐยืนยันว่า ไม่ได้สนับสนุนผู้สมัครคนใดเป็นพิเศษในการเลือกตั้งบราซิลครั้งนี้ แต่เห็นว่ากระบวนการนับคะแนนมีความผิดปกติ


อนึ่ง ศาลการเลือกตั้งบราซิลรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งลูลาเอาชนะโบลโซนารูด้วยคะแนนเสียงมากกว่า 4 ล้านคะแนน ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลการเลือกตั้งพบว่า คะแนนเสียงในช่วงเวลาที่ขยายออกไปมีไม่ถึง 35,000 คะแนน และคิดเป็นเพียง 0.03% ของคะแนนทั้งหมด


ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินบราซิลเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลังนักลงทุนส่วนหนึ่งคาดหวังชัยชนะของโบลโซนารู ค่าเงินเรียลบราซิลอ่อนค่าลง 8.1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการลดลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2545 ส่วนตลาดหุ้นบราซิลปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่ปี 2563


นักวิเคราะห์ระบุว่า แรงเทขายในช่วงแรกอาจบรรเทาลงเมื่อการลงทุนที่อิงกับผลการเลือกตั้งคลี่คลาย แต่รัฐบาลลูลาจำเป็นต้องแสดงความมุ่งมั่นด้านวินัยการคลังอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนกลับมาอีกครั้ง


นอกจากนี้ ชัยชนะของลูลายังสวนทางกับผลสำรวจความคิดเห็นก่อนเลือกตั้ง และกระแสความไม่พอใจรัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก โดยผลสำรวจชี้ว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิที่สูงกว่าคาดและการรณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้นำบราซิลคว้าชัยในการเลือกตั้งรอบตัดสิน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS