สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกินชาซา ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่า กระทรวงสาธารณสุขดีอาร์คองโกรายงาน ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคอีโบลาสะสมในประเทศอย่างน้อย 10,060 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตอย่างน้อย 4,887 รายแล้วในปีนี้
การแพร่ระบาดครั้งนี้เกิดจากไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ซึ่งพบได้ไม่บ่อย โดยมีการประกาศการระบาดครั้งแรกเมื่อกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และกลายเป็นการระบาดครั้งใหญ่ และร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของดีอาร์คองโก แซงหน้าการระบาดระหว่างปี 2561-2563
ขณะเดียวกัน การระบาดครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่และร้ายแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากการระบาดในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2557-2559 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 28,600 คน และเสียชีวิตแล้วมากกว่า 11,000 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ขณะที่เมื่อต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เคนยารายงานพบผู้ติดเชื้อรายแรก ก่อนยืนยันผู้ติดเชื้อรวมอย่างน้อย 9 คน หลังชายคนหนึ่งซึ่งเดินทางจากดีอาร์คองโกผ่านยูกันดา ก่อนเสียชีวิตในกรุงไนโรบี
Congo's Ebola infections surpass 10,000, government says https://t.co/qM8FXhpvfz
— Reuters (@Reuters) October 27, 2026
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไนจีเรียกลายเป็นประเทศที่ 4 ในแอฟริกา ซึ่งยืนยันการพบผู้ติดเชื้ออีโบลา โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังตรวจสอบเส้นทางการติดเชื้อของหญิงชาวสวิตเซอร์แลนด์ ภรรยานักการทูต ซึ่งไม่มีประวัติเดินทางไปคองโก
ด้านรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า หญิงคนดังกล่าวน่าจะติดเชื้อในยูกันดา ก่อนที่เธอและสามีจะถูกส่งตัวทางอากาศไปรักษาที่โรงพยาบาลในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ยูกันดาพบผู้ติดเชื้อ 20 คนในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากดีอาร์คองโก อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศให้ยูกันดาปลอดจากโรคอีโบลา เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศ
นอกจากนี้ ชาวยูกันดาที่เดินทางกลับจากดีอาร์คองโก จะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเป็นเวลา 21 วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดข้ามพรมแดนของโรคอีโบลา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



