สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่า นายสุดาริโยโน หัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติอินโดนีเซีย ยอมรับว่า ปัญหาอาหารเป็นพิษยังคงเป็นประเด็นหลักที่ต้องได้รับการแก้ไข หลังโครงการซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของ พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ต้องประสบปัญหาหลายประการ รวมถึงกรณีอาหารเป็นพิษ และข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า ณ เดือน ก.ย. มีผู้ป่วยจากอาหารเป็นพิษแล้วอย่างน้อย 57,000 ราย หลังได้รับอาหารฟรีจากโครงการนี้

เขาย้ำว่า เราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้เด็กคนไหนต้องป่วยจากอาหารเป็นพิษอีก และนี่คือภารกิจสำคัญสูงสุดของเรา

ขณะเดียวกัน สุดาริโยโนเสริมว่า อัตราการเกิดอาหารเป็นพิษในปัจจุบันอยู่ที่ 3.6 ครั้งต่อการแจกจ่ายอาหารหนึ่งล้านมื้อ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ที่ 0.1 ครั้ง และญี่ปุ่นที่ 0.8 ครั้ง

ทั้งนี้ อินโดนีเซียตั้งเป้าที่จะลดอัตราดังกล่าวให้เทียบเท่ากับสหรัฐ โดยการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล และให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในครัว เกือบ 27,000 แห่ง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการควบคุมการทำงานของบุคลากร และยกระดับมาตรฐานสุขอนามัย

นอกจากนั้น ครัวทุกแห่งจะต้องจัดซื้อวัตถุดิบหลัก 7 รายการ อาทิ ข้าว ไข่ เนื้อวัว และเนื้อไก่ ผ่านแพลตฟอร์มตลาดกลางที่หน่วยงานจะเปิดตัวในเดือนหน้า ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยและชาวประมง ได้รับประโยชน์จากโครงการอาหารฟรีนี้อีกด้วย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS