เมื่อวันที่ 30 ต.ค. โรงเรียนแพทย์รามาธิบดี สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จัดเสวนาสาธารณะ “ก้าวต่อไปเพื่อคนไทยตายดี: ข้อค้นพบและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาการดูแลประคับประคองและการดูแลระยะท้ายในประเทศไทย” โดยนายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในการเสวนาตอนหนึ่งว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสุขภาพในปัจจุบันที่เป็นอุปสรรคของการดูแลผู้ป่วยในวาระสุดท้าย แบ่งเป็น 4 ประเด็น คือ 1.ขาดการรับรองสิทธิการได้รับการดูแลในวาระสุดท้ายของชีวิตที่มีคุณภาพไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม 2.ขาดกลไกการอภิบาลระบบบริการสุขภาพและระบบสังคม ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเอกภาพ
3. หลักสูตรการศึกษาและการเรียนรู้ในการดูแลผู้ป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างเพียงพอ ในกลุ่มวิชาชีพด้านสุขภาพและประชาชน และ 4. ขาดการให้คุณค่ากับงานดูแลทั้งในกลุ่มวิชาชีพและภาคประชาสังคม เพราะมองว่าเป็นหน้าที่ของครอบครัวที่ต้องดูแลกัน หรือมองเป็นงานจิตอาสา

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างระบบที่เอื้อให้คนไทยสามารถตายดี มี 4 ด้าน คือ 1. ควรบรรจุสิทธิการเข้าถึงการการดูแลช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรีเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หมวดสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน2. ฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐบาลร่วมติดตามและผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ (ประเด็นสิทธิตายดี),พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ให้มีกลไกทางกฎหมายที่รองรับการทำงานและการดูแลอย่างรอบด้าน
3. กำหนดภารกิจการกำกับระบบการดูแลแบบประคับประคอง ผ่านการจัดทำระบบฐานข้อมูลกลาง หรือ Dashboard สถานการณ์ตายดีระดับชาติ โดยคณะกรรมการระดับชาติที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ, คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, หรือคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยต้องกำหนดเจ้าภาพหลักในการรับผิดชอบและจัดทำแผนการดำเนินนโยบายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม และ 4. พัฒนาเส้นทางความก้าวหน้าทางอาชีพและกำหนดผลตอบแทน แรงจูงใจที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ทุกระดับ
“การผลักดันเรื่องการดูแลแบบประคับประคองและการตายดีไม่ใช่เพียงเรื่องของระบบสาธารณสุขเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการสร้างหลักประกันทางสังคมที่จะคืนศักดิ์ศรีและความเป็นธรรมให้กับมนุษย์ทุกคนในวาระสุดท้ายของชีวิต พรรคประชาชนและคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขจะใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรในการขับเคลื่อนกฎหมายและงบประมาณสนับสนุน เพื่อสร้างระบบการดูแลระยะท้ายที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน” นายเอกภพ กล่าว.



