เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน ลำต้นกลมอวบน้ำ ขนาดผ่าศูนย์กลาง 3-6 ซม. สูง 5 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนาน กว้างประมาณ 20 ซม. ยาวประมาณ 50 ม. ดอกสีชมพูถึงสีแดงเข้ม ออกเป็นช่อเดี่ยวที่ปลายก้าน ซึ่งแทงขึ้นจากเหง้าใต้ดิน รูปพุ่มแกมกลม ก้านช่อดอกยาว 0.5-1 ม. ใบประดับรอบนอกแผ่ ขนาดกว้าง 2-3 ซม. ยาว 8-12 ซม. ใบประดับชั้นใน มีขนาดลดหลั่นกัน ยาว 1-5 ซม. แต่ละใบมี 1 ดอก และมีใบประดับย่อยรูปหลอด ยาวประมาณ 2 ซม. เกสรผู้ที่เป็นหมันสีเลือดหมูเข้ม ขอบขาวหรือเหลือง ที่สมบูรณ์มี 1 อัน อับเรณูสีแดง ผลรูปกลม มีขนนุ่ม ขนาดผ่าศูนย์กลาง 2-2.5 ซม.
ประโยชน์และสรรพคุณดาหลา ใช้เป็นยาขับลม แก้ท้องอืด แก้ท้องเสีย โดยใช้กลีบดอกสด หรือ แห้ง 10-15 กลีบ มาต้นน้ำดื่ม ใช้แก้ลมพิษ และโดยใช้เหง้าใต้ดินโขลกผสมเหล้าโรงแล้วคั้นเอาน้ำมาบริเวณที่เป็น วันละ 2-3 เวลา ใช้แก้ประดง แก้ผดผื่นคันตามตัว โดยใช้เหง้ามาต้มกับน้ำดื่ม และใช้อาบด้วย ใช้บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ลมแน่นหน้าอบ โดยใช้หน่ออ่อน หรือ ดอกมาประกอบอาหารรับประทาน
นอกจากนี้ยังช่วยแก้โรคผิวหนัง แก้ท้องเสีย แก้เสมหะ แก้ปวดศีรษะ แก้ความดันสูง แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้โรคประดง ช่วยบำรุงธาตุไฟ แก้แน่นหน้าอก ช่วยต้านอนุมูลอินสะ แก้ลมแน่นหน้าอบ ช่วยต้านมะเร็ง ช่วยป้องกันโรคเก๊าท์
นิยมนำกลีบดอกไปยำ หน่ออ่อนและดอกตูม รสเผ็ดเล็กน้อย นำมาต้มรับประทานกับน้ำพริก หรือแกงกะทิ แกงคั่ว หั่นฝอยผสมในข้าวยำซึ่งเป็นอาหารภาคใต้ กลีบดอกนำมาต้มแล้วชงเป็นเครื่องดื่ม ส่วนกากที่เหลือนำไปเคี่ยวกับน้ำตาลทำเป็น ดอกดาหลากวน อีกทั้งยังเป็นยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณคล้ายกับขิง ข่า ในดอกดาหลาจะมีวิตามินซีและสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยในเรื่องของการบำรุงเลือดและทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง.



