ไม้ต้น ผลัดใบ สูงประมาณ 10 เมตร เปลือกเรียบเป็นมัน สีเหลือบน้ำตาล เยื่อผิวบาง หลุดออกง่าย ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ออกสลับ กว้าง 3-5 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนกลมหรือสอบแคบ ขอบจักถี่ ๆ ปลาย ก้านใบมีต่อม 2-4 ต่อม หูใบแตกแขนงคล้ายเป็นริ้วเล็ก ๆ ร่วงง่าย ดอก สีชมพูแดง หรือซีดขาว ออกเป็นช่อกระจุก ใกล้ปลายกิ่งก้าน ดอกยาว 0.7-2 ซม. กลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูปกรวย กลีบดอก 5 กลีบ เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซม. หลุดร่วงง่าย ผล รูปไข่หรือค่อนข้างกลม ผิวเรียบยาว 1-1.5 ซม. เมื่อสุกสีแดง
สรรพคุณของนางพญาเสือโคร่ง ชาวเขาเผ่ามูเซอจะใช้เปลือกต้นนางพญาเสือโคร่งเป็นยาแก้ไอ ลดน้ำมูก แก้อาการคัดจมูก เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำ ดื่มรักษาอาการหนาวสั่นจากอาการไข้ (เปลือกต้น)[2] เปลือกต้นใช้เป็นยาแก้เลือดกำเดาไหล เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องเสีย เปลือกต้นใช้ตำคั้นเอาน้ำทาหรือพอกแก้ฟกช้ำ แก้ข้อแพลง ปวดข้อ สารสกัดจากลำต้นนางพญาเสือโคร่งด้วยแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้สัตว์ทดลอง[1]
ผลของนางพญาเสือโคร่งมีรสเปรี้ยว สามารถนำมารับประทานได้ แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก และไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องเสียได้ เนื้อไม้อ่อน สามารถนำมาใช้ทำด้ามเครื่องมือการเกษตรได้ ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากออกดอกดกและมีความสวยงาม และยังใช้ปลูกเป็นไม้เบิกนำ เนื่องจากเป็นไม้โตเร็ว ทนทานต่อไฟป่า และต้องการแสงมาก จึงเหมาะนำไปปลูกเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าดิบเขาในพื้นที่ต้นน้ำ หรือปลูกในพื้นที่ที่ผ่านการทำไร่เลื่อนลอยบนพื้นที่สูง แต่ไม่ควรนำไปปลูกบนพื้นที่ที่มีลมพัด เพราะจะทำให้กิ่งก้านหักได้ง่าย.



