เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในเดือน ธ.ค.2569 ว่า ฝ่ายค้านพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า การอภิปรายจะอยู่ระหว่างวันที่ 7 – 11 ธ.ค. ทำให้ฝ่ายค้านมีเวลาเก็บข้อมูลเพิ่มเติม 1 เดือน ซึ่งจะขยายประเด็นให้ลึกและชัดเจนมากขึ้น
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนการออกแคมเปญการรับเงินบริจาคเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ต้องเข้าใจว่า พรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองที่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากประชาชน ยอดเงินก็มีส่วนหล่อเลี้ยงให้พรรคมีความเข้มแข็ง สามารถทำหน้าที่ต่อไป ยืนยันว่าพรรคไม่มีเงินเดือนให้ สส. ไม่มี สองแสน สามแสนบาท มีแต่การช่วยกันทำงานให้พรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ดังนั้นพรรคประชาชนไม่ได้เป็นขี้ข้าของผู้มีพระคุณใด แต่เป็นขี้ข้าประชาชนที่เป็นผู้มีอำนาจตัวจริงของประเทศไทย
เมื่อถามว่า เหตุที่ระบุเปิดรับบริกาคสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า โดยภาพรวมความเป็นพรรคการเมืองก็มีการใช้เงินงบประมาณอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่า ถ้าพูดตรงๆ คงไม่ได้มองเฉพาะอีเว้นต์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ต้องมองภาพรวมทั้งหมด โดยเมื่อมีค่าใช้จ่ายต่างๆ คำถามคือเงินจะมาจากไหน ก็คือ 1. หัวคิว 2. ปล้นประเทศ 3.มาจากผู้มีพระคุณ หรือ 4. ผ่านการสนับสนุนจากประชาชน เราจึงเลือกวิธีการที่ 4 ดังนั้นการสนับสนุนจากประชาชน ย่อมมีความหมายต่อพรรคประชาชนอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบยอดบริจาคว่ามียอดเท่าไร แต่ยืนยันว่าไม่มีการปิดบัง เพียงแค่ยังไม่มีเวลาไปตรวจสอบข้อมูลส่วนนั้น เนื่องจากติดภารกิจประชุมคณะณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการบรรจุวาระ แนวทางการทำงานของกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ มีประเด็นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ จึงได้เชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา และเลขาธิการ และรองเลขาธิการ สภา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลตามขั้นตอนต่อไป ส่วนเรื่องที่นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อสส.ภูมิใจไทยได้ขอกลับมติที่ประชุม กมธ.การกฎหมาย 8 : 0 เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2 กรณี ได้แก่ 1.มติที่คณะกรรมาธิการการกฏหมายฯ จะเรียกนายโสภณ เข้าชี้แจง ในประเด็นการออกแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ 35 คณะ และ 2.มติที่คณะกรรมาธิการไม่รับแนวทางการแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ 35 คณะ ตนได้แจ้งเลขารับทราบและบันทึกไว้ แต่ไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมติแต่อย่างใด
ส่วนกมธ.สัดส่วนรัฐบาลไม่เข้าร่วมประชุม จะส่งผลต่อการทำงานของกมธ.หรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้ กมธ.สัดส่วนรัฐบาลก็เข้าร่วมประชุม แต่หลายคนก็ยังไม่เห็น เข้าใจว่ามีแค่บางคนที่ไม่เข้าร่วมประชุม เบื้องต้นได้สั่งการฝ่ายเลขาฯ ว่ากมธ.คนใดไม่เข้าร่วมประชุม ต่อไปนี้ไม่ให้ถือว่าเป็นการลา ถ้าจะลาต้องมีหนังสือลา หากไม่มีกถือว่าขาดประชุม



