เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสด ของนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เรื่อง การบริหารจัดการโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่พบประเด็นของการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้งที่ก่อนเริ่มโครงการรัฐบาลเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเพื่อติดตั้งโดยไม่ประกาศเงื่อนไข แต่เมื่อเดือนที่ผ่านมาพบว่ามีการตั้งเงื่อนไข เช่น หลักประกัน 5 หมื่นบาท แต่รายเล็กไม่มีเงิน ทรัพย์สินที่มากพอวางการันตี ทำให้เสียโอกาสได้งาน รวมถึงกรณีมีข้อสงสัยที่ให้การไฟฟ้าแข่งขันกับผู้ประกอบการภาคประชาชน ทำให้ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายเล็ก

โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแทนว่า จุดเริ่มต้นกันไม่ให้นายทุนเบียดบังประโยชน์ของประชาชน ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและผลิตไฟสะอาด เมื่อกันนายทุนใหญ่ตั้งแต่เริ่ม มีเจตนากระจายประโยชน์ให้กับผู้ติดตั้งระดับเอสเอ็มอี เบื้องต้นมีเจตนาดีของ การไฟฟ้านครหลวง และกระทรวงมหาดไทย ที่กังวลว่าจะทิ้งงาน ติดตั้งไม่ได้คุณภาพ ทั้งนี้ได้ปรับแก้เงื่อนไขให้เหมาะสมเพื่อไม่กีดกันผู้ติดตั้งรายใหญ่

“การไฟฟ้าเป็นผู้ให้บริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส ทำให้บริการคล่องตัว และจบในที่เดียว เพื่อตรวจและรับรอง ส่วนการติดตั้งเป็นหน้าที่ผู้ประกอบการ ใครทำได้ราคาถูก โดยการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ลงไปแข่งขันกันผู้ประกอบการรายย่อย” นายเอกนัฏ กล่าว

ทั้งนี้ นายจูรี ตั้งถามถึงกรอบเวลาสิ้นสุด ใน วันที่ 30 ก.ย. 70 โดยรัฐบาลตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน แต่ข้อเท็จจริงมีสถิติติดตั้งต่อปี เพียง 1.2 แสนครัวเรือน ทำให้อาจไม่เป็นไปตามเป้า ดังนั้นมีแผนรับมือใช้เงินกู้ รวมถึงข้อกังวลใจต่อข่าวลือว่าหาก 1 ล้านครัวเรือนไม่ทัน ให้ สส.แบ่งงานให้หาผู้ติดตั้งให้ครบจำนวน ซึ่งกังวลต่อว่าจะกระทบต่อคุณภาพและมีการกินค่าหัวคิว ดังนั้นหากไม่ทันตามกรอบเวลาและไม่ได้ตามเป้าหมายจะรับมืออย่างไร

นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า ขอบคุณในความหวังดี ทั้งนี้ยอมรับมีข้อกังวลในการปฏิบัติ ติดตั้งครบ 1 ล้านหลัง แต่สำคัญต้องทำให้มีคุณภาพ ไม่ใช่ติดตั้งแล้วมีปัญหาความปลอดภัยกับประชาชน ขณะเดียวกันต้องเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายเล็กและเกิดการจ้างงาน สำหรับการซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชน ตั้งไว้แบบถาวร โดยไม่มีนายทุนรายใดเรียกรับประโยชน์ หากติดตั้งไม่ทัน เงินกู้ไม่ได้ใช้ ต้องคืน

“จากตัวเลขล่าสุดก่อนหน้านี้ปีติดตั้ง 1 แสนหลัง ทำไมจึงเปิดโอกาสให้เปิดซื้อไฟคืน มีแรงจูงใจส่วนลด มีการใช้เงินกู้ มีผู้ให้บริการที่จำนวนมาก หลากหลาย ทั้งนี้มียอดจองเข้ามาเกินครึ่งหนึ่งของผู้ติดตั้งปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ผมเชื่อว่าต้องได้รับความร่วมมือรณรงค์จาก สส. เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้” รมว.พลังงาน กล่าว

ทั้งนี้นายจูรี ถามย้ำถึงการกินหัวคิวที่ จ.เชียงใหม่ ตามที่ปรากฎในแบบสอบถามไปยังผู้ติดตั้งรับงาน ได้ 1.1แสนบาท ทั้งที่โครงการราคา 1.4  แสนบาท อีก 3 หมื่นบาทหายไปไหน ทั้งนี้การไฟฟ้าคงไม่ทำ หากไม่มีใครบงการเบื้องหลัง

โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ใช้สิทธิพาดพิงชี้แจงว่า ประเด็นที่ จ.เชียงใหม่ อย่ากังวล เพราะเป็นเอกสารใช้ภายใน โดยผู้อำนวยการเขต ต้องการสอบถามความพร้อม แต่ตัวเลขที่ระบุนั้นตนไม่ทราบ และตนตั้งกรรมการสอบแล้ว อย่าเป็นกังวล หากมีผู้ประกอบการติดตั้งราคาได้ต่ำกว่า  ที่ 8 หมื่นบาท ขอให้ประชาชนจ้างบริษัทดังกล่าวไปเลย ไม่ต้องเลือกจ้างราคา 1.1 แสนบาท หรือ 1.4แสนบาท  โครงการดังกล่าวหากทำความเข้าใจให้ดี ประชาชนจะเลือกผู้ให้บริการของเขาเอง ราคา 1.4แสนบาท เป็นราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาขาย เป็นราคาที่การไฟฟ้าคำนวณแล้วว่าได้อุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐาน แต่หากผู้ประกอบการขาย 5 หมื่น หากเอกชนขาย 2 แสน ก็ขายราคานี้ หากประชาชนอยากซื้อ รัฐบาลก็สนับสนุน 5 หมื่นอยู่ดี ทั้งนี้ไม่ใช่ทุจริต หรือหักหัวคิว เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนเลือกประกอบการ และเลือกราคาเอง

“ผมขอให้นายจูรี ช่วยประชาสัมพันธ์เจ้าที่ ราคา 8 หมื่นบาทให้ทำประชาสัมพันธ์เยอะๆ เพื่อให้ประชาชนประหยัดเงินในกระเป๋า เพราะหากติดตั้ง 8 หมื่น รัฐบาลสนับสนุน 5 หมื่น ประชาชนจ่าย 3 หมื่นบาท ส่วนผมจะตรวจสอบให้ว่าอยู่ในลิสต์ของผู้รับจ้างหรือไม่” นายพลพีร์ ชี้แจง

นายพลพีร์ ชี้แจงต่อว่าอีกประเด็นที่ขอเพิ่มเติม ที่ปรึกษาของนายจูรี คือ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส คณะกรรมกาทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ไลน์หาตนตลอดเวลา แต่สวนทางกับท่าน ท่านบอกว่าทำได้ 8 หมื่น แต่ ท่านตรีรัตน์บอก ให้เพิ่มราคาได้หรือไม่ เพราะราคา 1.4แสนบาท ผู้ประกอบการทำไม่ได้ ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวสามารถพูดคุยกันได้หลังตอบกระทู้สดแล้วเสร็จ.