เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 5 พ.ย.69 ที่รัฐสภา นายนพดล อินนา สว.ในฐานะประธานคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของวุฒิสภา ประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบการเรียนรู้ด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์สำหรับการศึกษา ร่วมกับ Mr. Wade Xie, Global Business Manager of WhalesBot Technology (Shanghai) Co., Ltd.ประเทศจีน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ ตลอดจนแนวทางส่งเสริมศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยให้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ
นายนพดล กล่าวว่า การหารือกับบริษัท WhalesBot Technology จากประเทศจีน ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ความก้าวหน้าด้าน AI และหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา โดยบริษัทฯ มีประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนามากกว่า 20 ปี ครอบคลุมทั้งซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และนวัตกรรม มีศูนย์วิจัยและพัฒนาขนาดประมาณ 10,000 ตารางเมตร พร้อมพัฒนาหลักสูตรและระบบการเรียนรู้ด้านหุ่นยนต์และ AI ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงระดับมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีการจัดการแข่งขันด้านหุ่นยนต์และ AI สำหรับเด็กและเยาวชนในระดับนานาชาติเป็นประจำทุกปี โดยมีประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 60 ประเทศ รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จึงเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะพัฒนาความร่วมมือเพื่อเปิดเวทีให้เด็กและเยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพและเข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลกมากยิ่งขึ้น โดยจะประสานความร่วมมือกับNECTEC เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป

“ปัจจุบันความก้าวหน้าของ AI ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ทั้งการดำเนินชีวิต การทำงาน และการศึกษา โดยเฉพาะระบบการศึกษาที่จำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถยึดติดกับรูปแบบการเรียนการสอนแบบเดิมได้อีกต่อไป ขณะเดียวกัน บุคลากรและหน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องเร่งเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนาจาก AI ไปสู่ AGI ซึ่งมีศักยภาพในการคิด วิเคราะห์ และดำเนินงานที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น”นายนพดล กล่าว

ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการนำ AI มาใช้ในวงงานของวุฒิสภา คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อมุ่งสู่การเป็น “วุฒิสภาอัจฉริยะ” (Smart Senate) โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสนับสนุนการทำงานของบุคลากรในภาวะที่มีข้อจำกัดด้านกำลังคน โดยภายหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเตรียมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภากับหน่วยงานที่ร่วมพัฒนา เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนา AI ในด้านต่าง ๆ อาทิ การสืบค้นข้อกฎหมาย การจัดทำสรุปสาระสำคัญ และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา

ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแสวงหาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ทั้งในมิติการพัฒนาการศึกษาไทยและการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานภาครัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคต.



