เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ สน.สายไหม กรุงเทพฯ ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความจากกลุ่มทนายใจดี พร้อมผู้เสียหาย น.ส.จุฑาวรรณ โช อายุ 28 ปี และ นายเคยัน โช อายุ 35 ปี สามีภรรยา เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมนำหลักฐานมอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม โดยอ้างว่าถูก อดีต ส.จ.เมืองกาฬสินธุ์ และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคใหญ่ กับพวกเป็นหญิงสาว หลอกให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจแก๊สหุงต้ม และร้านขายของชำที่ สปป.ลาว มูลค่าความเสียหายกว่า 1.4 ล้านบาท โดย นายชัชวาลย์​ เปิดเผยว่า ตรวจสอบพบว่าผู้ถูกกล่าวหา เคยมีคดีฉ้อโกงถึง 2 คดี เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 และปี 2563 โดยปี 2558 ถูกดำเนินคดีข้อหาความผิด พ.ร.บ.การค้าข้าว และฉ้อโกง ส่วนปี 2563 ถูกดำเนินคดีร่วมกันฉ้อโกงค่าไวน์

รวบอดีตสจ.เมืองน้ำดำหนีคุก ความผิดพ.ร.บ.ค้าข้าวซุกลาว

ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ เปิดเผยอีกว่า ที่ต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย สืบเนื่องจากผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่ายังคงเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.จ. และยังทำงานให้กับทางพรรคอยู่ มีผู้ใหญ่สนับสนุนช่วยเหลือ ประกอบกับเมื่อเดือน ก.ย.64 ผู้เสียหายเข้าแจ้งความครั้งแรก ซึ่งก็ล่วงเลยเป็นเวลามา 3 เดือนแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ พนักงานสอบสวนอ้างว่า ออกหมายเรียกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาตอบปัดว่าไม่ได้รับหมายเรียก

ตนในฐานะทนายความ เมื่อผู้เสียหายเกิดความไม่ไว้วางใจและรู้สึกเคลือบแคลงในการทำงานของเจ้าพนักงาน จึงทำหนังสือถึง ผกก.สน.สายไหม เพื่อขอทราบความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้ดำเนินการตรวจสอบไปยังกรมการค้าภายใน เรื่องการจดทะเบียนประกอบธุรกิจต่างประเทศ (แก๊สหุงต้ม) ว่ามีปรากฏตามที่ผู้กล่าวหาอ้างว่าเป็นประธานบริษัทนั้นเป็นความจริงหรือไม่ และจะสอบถามไปยังพรรคถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่าผู้ถูกกล่าวหายังคงเป็นสมาชิกพรรค หรือทำงานภายใต้สังกัดพรรคหรือไม่

ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ เปิดเผยด้วยว่า ตนพูดคุยให้เวลา ผกก.สน.สายไหม ตรวจสอบภายใน 7 วัน ถ้าหากไม่มีความคืบหน้าคดี จะเดินทางไปยัง บช.น. เพราะลักษณะและพฤติกรรมการกล่าวอ้างของผู้ถูกกล่าวหา เข้าข่าย 2 ข้อหา คือ ฉ้อโกง และหลอกลวงให้มีการลงทุน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 3 ปี อีกทั้งตำรวจสามารถออกหมายจับได้ทันที เนื่องจากเคยถูกจับกุมข้อหาลักษณะนี้มาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่เรื่องกลับเงียบหาย