จากกรณีตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดลพบุรี บุกจับกุมยาบ้า 5,390,000 เม็ด ยาไอซ์ 29 กก. และของกลางอื่น ๆ หลังจากพบว่าที่บ้านเลขที่ 80/71 หมู่ 2 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นที่พักของกลางโดยคุมตัวผู้ที่เฝ้ายาเสพติด 4 รายไปสอบสวนขยายผล เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 แถลงจับกุม นายภูมิเมนทร์ หรือ หยก เณรแตง อายุ 22 ปี, นายศราวุธ หรือเบส บุญรอด อายุ 23 ปี, นายอนิรุตย์ หรืออาร์ม เสาร์ดำริ อายุ 22 ปี และ นายจักกาย หรือตั้ม ทวีสุข อายุ 22 ปี

เบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพ ว่าเป็นสมาชิกแก๊ง “สายเบิร์นเต็มระบบ” รับจ้างจากเอเย่นต์รายใหญ่ให้นำยาเสพติดจากพื้นที่ภาคอีสานมาพักที่บ้านดังกล่าว ก่อนจะนำมาส่งให้กับผู้ค้าอีกทอดหนึ่ง โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 200,000 บาท ซึ่งทำมาครั้งนี้เป็นครั้งที่สองตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบการบรรจุยา เสพติดของเครือข่ายนี้พบว่ามีการปั๊มตราตองเก้า ซึ่งคล้ายคลึงกับก่อนหน้านี้ที่ทางตำรวจภูธรเมืองลพบุรีสามารถตรวจยึดได้ 1,000,000 เม็ด แต่เป็นคนละเครือข่าย นอกจากนี้ยังพบว่า นายภูมิเมนทร์ หรือหยก เณรแตง ยังมีหมายจับของทางบช.ปส.ในข้อหาสมคบคดียาเสพติดด้วย

ด้าน พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า สำหรับเครือข่ายแก๊งสายเบิร์นเต็มระบบ จะมี นายภูมิเมนทร์ เป็นหัวโจก ทำหน้าที่รับส่งออเดอร์จากเอเย่นต์รายใหญ่ไปส่งให้กับลูกค้า อีกทั้งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของ นายเพ๊าซี อาแวแม อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส ที่ถูกบช.ปส.จับกุมวานนี้ โดยนายภูมิเมนทร์นั้น ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายของนายเพ๊าซี จากแนวทางการสืบสวนพบว่าทำหน้าที่เป็นคนพักยาเสพติดมาไว้ที่ จ.ลพบุรี ก่อนที่จะรอรับคำสั่งของนายเพ๊าซีให้นำยาเสพติดไปไว้ตามจุดต่างๆที่กำหนด ส่วนมากจะเป็นพื้นที่ กรุงเทพฯ และสมุทรสาคร อีกทั้งยังทำหน้าที่จัดหายานพาหนะดำเนินการจัดส่งยาเสพติดให้กับกลุ่มนายเพ๊าซีด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้สั่งการให้ทาง บช.ปส.ขยายผลหาความเชื่อมโยงของผู้ร่วมขบวนการเครือข่ายดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินและอยู่ระหว่างการขอศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มแล้ว รอง ผบ.ตร.กล่าว