เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกทม. พร้อมด้วย นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผอ.สำนักการแพทย์ พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผอ.สำนักอนามัย ร่วมแถลงข่าว Online สรุปการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและทรงตัว ภาพรวมผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้ป่วยเพิ่ม 790ราย ขณะที่ กทม.ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกอย่างต่อเนื่องวันละ 4,000 กว่าราย ไม่รวมที่ตรวจในรพ. และที่ประชาชนไปตรวจเอง พบอัตราการติดเชื้อร้อยละ 1-2

อย่างไรก็ตาม กทม.มีการเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในรอบนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.การแพร่ระบาดจากชุมชน ซึ่งติดเชื้อจากการไปร่วมสังสรรค์ในชุมชน และ 2.การแพร่ระบาดจากร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถนั่งดื่มในร้านได้ ซึ่งมีการพูดคุยและใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารนานขึ้น ซึ่งร้านอาหาร สถานประกอบการที่สามารถเปิดทำการได้ จะต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวด 100% และสถานประกอบการที่ปรับเป็นร้านอาหารต้องไม่จัดพื้นที่สำหรับเต้น โดยร้านจะต้องผ่านมาตรฐาน SHA+ หรือ Thai Stop Covid 2 Plus ซึ่งยื่นอนุญาตผ่านเขตภายในวันที่ 15 ม.ค.นี้เท่านั้น หากผ่านมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้วสามารถเปิดให้บริการได้เลย  

ส่วนคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง โรงงาน แรงงานต่างๆยังไม่พบคลัสเตอร์ใหญ่ๆ แต่กทม.ยังคงติดตาม และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน แต่ละแคมป์งาน ได้มีมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิค-19 อย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ กทม.ได้เตรียมความพร้อมเรื่องเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดทั้งหมด 10,000 เตียง ขณะนี้ ผู้ครองเตียงร้อยละ 18.59 หรือประมาณ 1,700-1,800 เตียง ทั้งนี้ หากสถานการณ์จำเป็นต้องขยายเตียง กทม.สามารถเพิ่มเตียงได้อีกถึง 20,000-30,000 เตียง เช่นที่ รพ.บางขุนเทียน รพ.สนามเอราวัณ 1 และ เอราวัณ 2 

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวอีกว่า การระบาดในรอบนี้ อัตราผู้ป่วยหนักไม่เท่ารอบที่ 1-4 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเนื่องจากประชาชนได้รับวัคซีนแล้ว  ปัจจุบัน พื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้ได้รับวัคซีนเข็ม 1 ร้อยละ 120 เข็มที่ 2 ร้อยละ 111 และเข็มที่ 3 ร้อยละ 25 กทม.เร่งฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ หรือเข็ม 3 ให้ประชาชนมากขึ้น เพื่อลดอัตราการป่วยหนัก และลดความรุนแรงของโรค ขณะนี้ กทม.มีจุดฉีดวัคซีน 101 จุด จะพยายามขยายจุดเพิ่มขึ้น ประชาชนสามารถจองคิวฉีดวัคซีนผ่านแอพ QueQ ได้ เร็ว ๆ นี้จะเปิดจุดฉีดใหญ่ๆ ตามศูนย์การค้า

เมื่อถามถึงแนวโน้มการล็อคดาวน์กรุงเทพฯ หรือพิจารณาปิดสถานที่ชั่วคราวเพิ่มเติมหรือไม่ หากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า การปิดสถานที่สำคัญชั่วคราวในช่วงแรก คือ ต้องการหยุดการเคลื่อนไหว เพื่อหยุดการแพร่เชื้อเพิ่ม และลดจำนวนผู้ป่วยให้มากที่สุด เพราะการป่วยขณะนั้นมีอัตราที่รุนแรง เนื่องจากผู้ป่วยยังไม่ได้รับวัคซีน แต่ตอนนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนแล้ว ความรุนแรงน้อยลง ขณะที่ ทั่วโลกมีแนวโน้มปิดสถานที่ลดลงด้วย หลังจากนี้ อาจจะพิจารณาจากอัตราการครองเตียง อัตรการเสียชีวิต ซึ่งช่วงแรกพิจารณาจากจำนวนผู้ติดเชื้อ