สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่าประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ให้การต้อนรับและพบหารือกับนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ผู้นำสิงคโปร์ ที่ทำเนียบบนเกาะบินตัน เมื่อวันอังคาร โดยในโอกาสนี้ รัฐมนตรีของทั้งสองประเทศร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วย “การสร้างความสมดุล” ให้กับความร่วมมือระดับทวิภาคี ทั้งในด้านของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เขตแถลงข่าวการบิน และการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง


ทั้งนี้ ในส่วนของความร่วมมือด้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น สาระสำคัญคือ การกระทำตามความผิด 31 แบบ ภายในระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน 18 ปี ถือว่ามีผลผูกพันตามข้อตกลง และต้องมีการส่งตัวกลับไปรับโทษตามกฎหมายของประเทศนั้น และการเปลี่ยนสัญชาติ ไม่สามารถช่วยให้รอดพ้นจากการรับโทษได้


อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศเคยลงนามในความร่วมมือลักษณะนี้มาแล้ว เมื่อปี 2550 แต่รัฐสภาของอินโดนีเซียไม่เคยให้สัตยาบันต่อข้อตกลงดังกล่าว ส่งผลให้ความตกลงไม่อาจมีผลบังคับใช้ และหมดอายุไปโดยปริยาย


เกี่ยวกับความร่วมมือเรื่องเขตแถลงข่าวการบิน (เอฟไออาร์) ซึ่งเป็นเรื่องของขอบเขตน่านฟ้าตามความรับผิดชอบของแต่ละประเทศนั้น จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของนโยบายการบินพลเรือนทั้งสองฝ่าย การยึดมั่นด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการเดินอากาศ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ)


ส่วนความร่วมมือด้านความมั่นคงนั้น ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งอินโดนีเซียและสิงคโปร์


สำหรับการเยือนอินโดนีเซียของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นรัฐบาลอินโดนีเซียเปิดเกาะบาตัม และเกาะบินตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะเรียว ในหมู่เกาะสุมาตรา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเกาะทั้งสองแห่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวสิงคโปร์ เนื่องจากอยู่ห่างสิงคโปร์ประมาณ 15 กิโลเมตร และ 30 กิโลเมตร ตามลำดับ ภายใต้เงื่อนไขว่า นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ซึ่งประสงค์เดินทางเข้ามา ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบตามเงื่อนไขของวัคซีนแต่ละชนิด รับการตรวจคัดกรองและมีประกันสุขภาพในวงเงินที่กำหนด.

เครดิตภาพ : REUTERS