สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า สำนักงานสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ที่เมืองเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ ในสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับการที่ระบบ “อินเทอร์เน็ตเกตเวย์แห่งชาติ” ของกัมพูชา กำลังจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.นี้ “จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างร้ายแรง ต่อเสรีภาพในการใช้งานอินเทอร์เน็ต การปกป้องสิทธิมนุษยชน และความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมในกัมพูชา”
The U.N. raised concern about the upcoming national internet gateway, while the World Bank urged Cambodia to shift economic policies to diversify and become more productive. #VODEnglish https://t.co/1Ym4t9AwZs
— VOD English (@VOD_English) February 2, 2022
เมื่อโครงการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย รัฐบาลกัมพูชาจะสามารถเข้าถึงประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชาชนทุกคนในประเทศ ปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์สำหรับบุคคลกลุ่มใหญ่ และสามารถจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของบุคคลใดก็ตามได้อย่างจำเพาะเจาะจง ซึ่งยูเอ็นมองว่า ในโลกยุคนี้ ผู้ใดก็ตาม “ควบคุม” อินเทอร์เน็ต ผู้นั้นสามารถควบคุมและมีอิทธิพลเหนือสังคมนั้นได้โดยปริยาย
ต่อมา สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ มีใจความสำคัญ ว่ากฎหมายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์แห่งชาติ เกิดขึ้นและจำเป็นต้องบังคับใช้ ด้วยความจำเป็น ความเหมาะสม และเป็นไปตามหลักการพื้นฐานทางกฎหมายทุกประการ
Press Statement of the Permanent Mission of the Kingdom of Cambodia to the UN Office at Geneva states, the National Internet Gateway adheres to the principles of legality, necessity and proportionality pic.twitter.com/KNLdIbaVdq
— Office of Cambodia PM ?? (@PeacePalaceKH) February 2, 2022
ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามในกฎหมายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2564 ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับ “เดอะ เกรต ไฟร์วอลล์” ของจีน นั่นคือ การที่รัฐมีอำนาจเด็ดขาด ในการเป็นผู้ควบคุมและจัดระเบียบการจราจรบนโลกออนไลน์ “เพื่อความมั่นคงของชาติ และเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม” แม้เผชิญกับเสียงคัดค้านอย่างหนักจากหลายฝ่ายในประเทศ ว่าเป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



