สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่ากระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันเผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ ว่าในขณะที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว และส่งกำลังใจให้กับนักกีฬาทีมชาติของตัวเอง รัฐบาลปักกิ่งกลับใช้โอกาสนี้พบหารือกับรัฐบาลมอสโก ด้วยความมุ่งมั่นขยายอิทธิพลของลัทธิอำนาจนิยม และเป็นการไม่ให้เกียรติจิตวิญญาณของโอลิมปิก

ตัวแทนนักกีฬาไต้หวัน ร่วมพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว ที่สนามกีฬาแห่งชาติ หรือ “สนามรังนก” ในกรุงปักกิ่ง


ขณะที่นายแดเนียล คริเทนบริงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า การพบหารือระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และแถลงการณ์ร่วมกันที่ออกมา ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวจะเริ่มต้นนั้น “ไม่เหนือความคาดหมายมากนัก” ในบริบทที่ว่า ผู้นำทั้งสองประเทศต้องการประกาศ “ความสนิทสนมแน่นแฟ้นที่มีมากขึ้น”


ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านความมั่นคงในยูเครน จีนควรใช้โอกาสนี้โน้มน้าวให้รัสเซีย “เป็นฝ่ายลดระดับการกระตุ้นความรุนแรง” ท่าทีดังกล่าวเป็นสิ่งที่โลกจับตาและคาดหวังจาก “มหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ”


อย่างไรก็ตาม เนื้อหาตอนหนึ่งจากแถลงการณ์ร่วมระหว่างสีกับปูติน เกี่ยวกับ “การละทิ้งอุดมการณ์ของสงครามเย็น” กล่าวคือ จีนและรัสเซียร่วมกันเรียกร้องให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ยุติการขยายอิทธิพลทางทหารประชิดพรมแดนฝั่งตะวันออก ที่ติดกับภาคตะวันตกของรัสเซีย และวิจารณ์การก่อตั้งกลุ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ล่าสุดคือ “ออคัส” กติกาความร่วมมือด้านความมั่นคงแบบไตรภาคี ระหว่างสหรัฐ กับสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย


ขณะเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศยังกล่าวถึง การเพิ่มพูนความร่วมมือเพื่อต่อต้านการปฏิวัติสี และการแทรกแซง “ของกองกำลังจากภายนอก” ตลอดจนความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ “แบบเกื้อหนุนกัน”.

เครดิตภาพ : REUTERS, GETTY IMAGES