อย่างไรก็ตามการประกาศกลางที่ประชุมวุฒิสภาของ “บิ๊กป๊อก” ก็ทำให้บรรยากาศการหาเสียงผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มคึกคักขึ้นอย่างมาก ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ได้ยื่นใบลาออกทิ้งเก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เพื่อลุยสนามพ่อเมืองกรุงฯ อย่างเต็มตัว  

ท่ามกลางการโหมโรงสนามผู้ว่าฯ กทม. อย่างเอิกเกริก พลันก็มีประเด็นร้อนเกิดขึ้นกับ ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เปิดตัวเริ่มทำแต้มมาก่อนใครเพื่อน เมื่อ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ลุยตรวจสอบ “ดร.เอ้” ในฐานะอดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มีเหตุอันควรสงสัยว่าทุจริตต่อหน้าที่และร่ำรวยผิดปกติหรือไม่  

เรื่องนี้ ธีรัจชัย พันธุมาศ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษก กมธ.ป.ป.ช. ระบุว่า มีผู้ร้องเรียนไม่ประสงค์ออกนามยื่นคำร้องต่อประธาน กมธ.ป.ป.ช.เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ โดยมีทรัพย์สินรวมกับภรรยาที่ยื่นเมื่อเดือน ต.ค. 2564 ประมาณ 342 ล้านบาท รวมทั้งโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ สจล.และโครงการเกี่ยวกับหน่วยงานใน กทม. และยังมีข้อมูลใหม่หลั่งไหลมาที่ กมธ.จากทั่วสารทิศ แต่ยืนยัน กมธ.ไม่มีการตั้งธงสอบสวนช่วงจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 

ฟาก ดร.เอ้” บอกว่าพร้อมให้ตรวจสอบ มั่นใจว่าทำหน้าที่อธิการบดีฯ อย่างถูกต้องไม่เคยทำผิด ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นเป็นของภรรยา ที่เพิ่งยื่นบัญชีทรัพย์สินพร้อมกันเป็นครั้งแรก จึงทำให้ดูทรัพย์สินดูเพิ่มขึ้น อีกทั้งการยื่นรายการบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. จะเป็นการคิดมูลค่าทรัพย์สินในปัจจุบัน ดังนั้นมูลค่าทรัพย์สินจึงอาจดูสูงขึ้น ทั้งที่มีทรัพย์สินเท่าเดิม  

ส่วนต้นสังกัดค่ายประชาธิปัตย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  มั่นใจว่า “ดร.เอ้” จะสามารถเคลียร์ตัวเองได้ และปราม กมธ.ปปช. ว่าเสี่ยงทำผิดกฎหมายเสียเองที่เอาข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบออกมาเปิดเผย ขณะที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมารับลูกพร้อมตรวจสอบเรื่องนี้ให้เป็นที่กระจ่าง 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการลุยตรวจสอบเรื่องของ กมธ.ป.ป.ช. เป็นการหวังผลทางการเมือง หวังเตะตัดขาสกัดคู่แข่งก่อนเปิดสนามหรือไม่  เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าฝ่ายที่ได้ประโยชน์ในเรื่องนี้คือซีกฝ่ายค้านที่ต่างมีตัวแทนใน กมธ. และมีคนที่ตัวเองหนุนเตรียมลงสู้ศึกสนามผู้ว่าฯ กทม. จึงเป็นวิบากกรรมที่ ดร.เอ้” ต้องพิสูจน์ความโปร่งใสของตัวเองว่าจะได้ไปต่อในเส้นทางสายการเมืองนี้หรือไม่.