เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีคุณโกวิท โดยให้เหตุผลว่าการโพสต์ข้อความเป็นการแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริตและกระทำไปในฐานะของสื่อมวลชน

คดีของ โกวิท โพธิสาร บรรณาธิการสำนักข่าว The Isaan Record ซึ่งถูก สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟ้องร้องจากกรณีแชร์โพสต์ของ หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหารจากสำนักข่าวเดียวกัน เรื่องการเรียกรับสินบนในการส่งแรงงานไทยไปยังบริษัทเก็บเบอร์รี่ในฟินแลนด์ ศาลพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโดยให้เหตุผลสรุปว่า

เจตนาของผู้เขียนและจำเลยมีเจตนาเพียงต้องการตั้งคำถามและข้อสังเกตต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น โดยมิได้มีข้อความใดที่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นกระทำโดยมิชอบ โจทก์เคยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็น รมต.ว่าการกระทรวงแรงงานและปัจจุบันโจทก์ยังคงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นรมต.ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็สืบเนื่องมาจากการที่โจทก์เสนอตัวต่อประชาชนให้เลือกตน อันเป็นการแสดงว่าตนเป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตและประชาชนไว้วางใจให้เข้าไปมีส่วนร่วมบริหารกิจการแทนประชาชนได้

จำเลยในฐานะสื่อมวลชนจึงมีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ ตลอดจนแสดงความคิดเห็นติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ

นายนรเศรษฐ์ ระบุต่อว่า แม้ขณะจำเลยพิมพ์และเผยแพร่ข้อความดังกล่าว โจทก์ยังไม่ถูกชี้มูลว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้นก็ตาม แต่เมื่อโจทก์และจำเลยไม่เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองมาก่อน และจากข้อความที่จำเลยเผยแพร่นั้นแสดงให้เห็นว่ามีแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนกับเสียหายจำนวนมาก ประกอบกับได้ความจากคำเบิกความของพยานโจทก์ปากนายสุทัศน์ที่เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่าเรื่องแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่ป่าตามที่จำเลยรีโพสต์เป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ เชื่อว่าจำเลยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายโจทก์แต่จำเลยกระทำไปเพียงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและเป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนเท่านั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา คดีของโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

“การฟ้องคดีเพื่อปิดปาก (SLAPP) จะไม่ใช่อาวุธที่ใช้ง่ายอีกต่อไป ยินดีด้วยกับพี่โกวิท และขอบคุณทีมงานทุกคนจากใจในฐานะทนายความจำเลยครับ” นายนรเศรษฐ์ ระบุ

ขณะที่นายโกวิท ระบุว่า ผลของคดีทำให้สบายใจและใช้ชีวิตง่ายขึ้น คำพิพากษายกฟ้องของศาลไม่ใช่ชัยชนะส่วนตัวเท่านั้น แต่มีแง่งามอย่างน้อย 3 ประการ คือ 1.เป็นธงให้สื่อมวลชนเห็นว่า การทำหน้าที่เพื่อสาธารณะตามหลักการวิชาชีพจะได้รับการคุ้มครอง 2.ทำให้ประชาชนที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิชุมชนกระทั่งถูกขู่หรือคุกคามด้วยคดีนั้น ต่อจากนี้จะมีหลักพิง และ 3.ทำให้กระบวนการยุติธรรมมีความหมายต่อสังคม ไม่กลายเป็นเครื่องมือให้ผู้มีอำนาจหรือมีอิทธิพล ใช้กลไกทางศาลกลั่นแกล้งผู้อื่นผ่านการฟ้องปิดปากอีกต่อไป