เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2565 ภายหลังได้ครองมงกุฎนางสาวไทยประจำปี 2565 สำหรับเช้าวันแรกของ น.ส.มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์ หรือ “นิต้า” สาวงามลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 25 ปี จากภูเก็ต หลังได้รับตำแหน่ง “นางสาวไทย 2565” ที่คว้ามาได้ด้วยความสวยและความสามารถที่มัดใจกรรมการและคนไทยทั้งประเทศได้อย่างไม่มีที่ติ เริ่มต้นขึ้นด้วย “มื้อเช้าสุดหรู” ที่เมื่อสาวสวยคนใดได้รับมงกุฎแล้ว เช้าวันถัดมาจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเฉลิมฉลองตำแหน่งด้วยอาหารเช้า ซึ่งเป็นดั่งประเพณีนิยมของนางงามที่ถือปฏิบัติกันมายาวนาน โดยเช้านี้ ทางโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ได้จัดชุด “แชมเปญ เบรกฟาสต์ ฟอร์ มานิต้า” ประกอบด้วย ไข่เบเนดิกต์, ไส้กรอก, เบคอน, ขนมปัง, ครัวซองต์, น้ำผลไม้, กาแฟ ฯลฯ มาเสิร์ฟถึงห้องพักหมายเลข 1704 ซึ่งเป็นห้องพักแบบจูเนียร์สวีท


ไฮไลท์ของโรงแรมที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะประยุกต์ หลังจากพลิกโฉมโรงแรมใหม่ทั้งหมดภายใต้คอนเซปต์ “Revival of The Original” โดยการนำความเป็นไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมแต่ต้น ผสานเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย และเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งกองประกวดนางสาวไทย 2565 ได้นำคอนเซปต์นี้ของโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ มาเป็นธีมหลักของการประกวดฯ อีกด้วย


นาทีนับตั้งแต่ “นิต้า มานิตา” สาวงามหนึ่งเดียวแห่งสยามในปีนี้ ที่ได้ครองตำแหน่งนางสาวไทย คนที่ 53 ประจำปี 2565 นั่นหมายถึงเธอจะต้องเตรียมมุ่งสู่เป้าหมายเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจสาธารณกุศลมากมาย เพื่อเป็นตัวแทนหญิงไทยแห่งยุคสมัยใหม่ ในฐานะภูมิปัญญาแห่งอนาคต รวมถึงเป็นกระบอกเสียงให้กับสังคม ส่งเสริมและยกระดับการศึกษาให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ด้อยโอกาสทางศึกษา และเป็นทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอีกด้วย



