สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า พญ.มัตชิดิโซ โมเอติ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประจำภูมิภาคแอฟริกา กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภูมิภาค ว่าแอฟริกากำลังอยู่ในระยะ “หัวเลี้ยวหัวต่อ” เพื่อหลุดพ้นจากการแพร่ระบาดใหญ่ เพื่อเข้าสู่ระยะที่ทุกประเทศมีศักยภาพบริหารจัดการสถานการณ์ได้เองในระยะยาว
It’s nearly 2 years since Africa identified its first case of #COVID19.
— WHO African Region (@WHOAFRO) February 10, 2022
If current trends continue, the Region ? is on track to control the #COVID19 pandemic this year. But we must continue testing & surveillance, and increasing #vaccine uptake ➡️ https://t.co/q5APzdXGjG pic.twitter.com/P1hdpZOce9
พญ.โมเอติ กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา แอฟริกาสามารถรับมือตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุกระลอกได้อย่างรวดเร็ว โดยเปรียบเทียบการแพร่ระบาดรอบแรก ซึ่งใช้เวลา 29 สัปดาห์ในการควบคุม แต่การแพร่ระบาดระลอกที่สี่ใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์ในการควบคุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาตลอด
อย่างไรก็ตาม เธอเตือนว่า ทั้ง 54 ประเทศในภูมิภาคต้องเร่งอัตราการฉีดวัคซีน “อีกหลายเท่าตัว” เนื่องจากปัจจุบันมีประชากรในแอฟริกาประมาณ 85% ยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว และยอมรับว่า “ในความเป็นจริง” สถิติผู้เสียชีวิตสะสมจากโควิด-19 ในแอฟริกา อาจสูงกว่าที่มีการรายงาน 2-3 เท่า และสถิติผู้ป่วยสะสมอาจมากกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการถึง 7 เท่า
ทั้งนี้ สถิติโดยมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ในสหรัฐ ระบุว่า แอฟริกามีสถิติผู้ป่วยสะสมจากโควิด-19 มากกว่า 11 ล้านคน และเสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 250,000 ราย หากคำนวณตามคาดการณ์ของดับเบิลยูเอชโอ จะเท่ากับว่า แอฟริกามีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 70 ล้านคน และเสียชีวิตสะสมประมาณ 750,000 ราย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

















