ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) หรือ PCT นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม./หน.ชุดปฏิบัติการ ที่ 1 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 หน.ชุดปฏิบัติการที่ 5 และคณะได้เข้าพบ พล.อ.เซา ซกคา รอง ผบ.สส. และ ผบ.สห. พล.ท.เจีย เองยง ผบ.หน่วยข่าวกรองความมั่นคง พล.ต.เขียว รัฐา รองผู้บังคับการกองกิจการสาธารณะ พ.อ.เมือง จันโท เลขารอง ผบ สส. และ ผบ.สห. ในฐานะผู้แทนฝ่ายรัฐบาลกัมพูชา เพื่อช่วยส่งตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีในราชอาณาจักรไทย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่เหลือ ซึ่งอาศัยฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา คดีนี้สืบเนื่องจากปฏิบัติการบูรพา 491 ทลายคอลเซ็นเตอร์ตัดวงจรส่งคนไทยข้ามแดน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 65 โดย พล.ต.ต.ธีรเดช ได้นำกำลังตำรวจ PCT และกำลังสืบสวนภาค 2 ปูพรมตะเข็บชายแดน จ.สระแก้ว จับกุมสามี-ภรรยาเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ อยู่ฝั่งประเทศไทย ทำหน้าที่คอยประสานงานกับหัวหน้าแก๊งชาวจีนส่งคนไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา โดยได้ขยายผลพร้อมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีก 2 แก๊ง รวมทั้งสิ้น 71 หมายจับ ซึ่งอยู่ในออฟฟิศใหญ่ที่กัมพูชา
โดยหลังจากนี้จะมีการเปิดปฏิบัติการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยกับกัมพูชา มีเป้าหมายในการเข้าตรวจค้น 3 จุดหลัก ๆ ในกรุงพนมเปญ และเมืองพระสีหนุ ทั้งนี้หากพบเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ PCT 08-1866-3000 เวลาราชการ หรือ สายด่วน บช.สอท.1441 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.pct.police.go.th
ทางด้าน พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวภายหลังการร่วมหารือเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ว่า ได้รับสัญญาณที่ดีจากฝ่ายรัฐบาลกัมพูชา โดย รอง ผบ.ตร. ได้กล่าวกับ พล.อ.เซา ซกคา ว่ารัฐบาลไทยมีความต้องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติทุกประเภท เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก และระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชามีการประสานความร่วมมือกันด้วยดีมาโดยตลอด ซึ่งผู้แทนกัมพูชา กล่าวว่าฝั่งรัฐบาลกัมพูชายินดีให้ความร่วมมือ



