เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงข่าวกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มทะลุวัง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 65 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า ขณะนี้พิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำผิดจากการชุมนุมดังกล่าวแล้ว 9 ราย โดยพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา 5 ข้อหา ได้แก่ 1.กระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรฯ 2.ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ 3.ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ 4.ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ และ 5.ส่งเสียงอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร และหากพบผู้กระทำความผิดเพิ่มขึ้น ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า การชุมนุมหน้าห้างสรรพสินค้าดังแห่งหนึ่งของกลุ่มทะลุวังนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เบื้องต้นพิสูจน์ทราบตัวบุคคลแล้ว 9 ราย โดยเป็นไปตามข้อหาที่โฆษก บช.น. ได้เรียนแจ้งไป การปฏิบัติที่ของเจ้าหน้าที่นั้น เจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รวบรวมพยานหลักฐานกับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงต้องระมัดระวังการกระทำที่กระทบจิตใจของประชาชนส่วนใหญ่ และการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

ส่วนกรณีแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น รองโฆษก ตร. กล่าวว่า การต่อใบอนุญาต การให้ใบอนุญาตนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ในการตรวจสอบ พฤติกรรมกลุ่มบุคคล บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย หากกลุ่มบุคคลใด บริษัทหรือห้างร้านใดไม่ได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคง ก็ไม่ต้องตระหนกอะไร เพราะหน้าที่ของทางฝ่ายความมั่นคงมีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย ก็ดำเนินการตามขั้นตอนตามพยานหลักฐานอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนติดตามกลุ่มผู้ชุมนุมทำให้ได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันนั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ในเรื่องของการติดตามความเคลื่อนไหว นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2563 มีการชุมนุมทั้งสิ้น 3,500 ครั้ง โดยก่อนที่จะมีการดำเนินคดีกับผู้ใด ทางฝ่ายสืบสวนสอบสวนก็จะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการทำงานโดยปกติ แต่ถ้าผู้ใดไม่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายไม่ต้องกลัว ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไม่ว่าจะเป็นแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแต่อย่างใด



