วันที่ 17 ก.พ. นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าว่า หลัง ครม.เห็นชอบแล้ว กรมสรรพสามิตจะออกประกาศภาษีที่เกี่ยวข้อง และเมื่อประกาศราชกิจจาฯ แล้ว จึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนลงนามสัญญาความร่วมมือกับค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ คาดจะทำได้ในช่วงเดือน มี.ค.65 จากนั้นค่ายรถยนต์จะสามารถจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ออกมาได้เลย

“มาตรการส่งเสริมการใช้รถอีวีในครั้งนี้ วิธีการจะแตกต่างจากโครงการรถยนต์คันแรก โดยเป็นการให้เงินส่วนลดตั้งแต่ 70,000-150,000 บาท กับค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อไปทำโปรโมชั่นส่วนลดให้ประชาชน เช่น รถที่นำเข้าจากจีน ราคา 1 ล้านบาท หากทำสัญญาการเข้าร่วมโครงการร่วมกับกรมแล้วได้ส่วนลด 150,000 บาท โดยบริษัทจะต้องมีการสำแดงหลักฐานการซื้อขาย แล้วหากตรวจสอบแล้วว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว กรมจะมีการคืนเงินให้เป็นรายไตรมาสต่อผู้ขายต่อไป”

นายลวรณ กล่าวว่า ปีแรกกรมจะใช้งบประมาณในการอุดหนุน 3,000 ล้านบาท และหากมีความต้องการมากกว่านั้น จะมีการพิจารณาขอขยายกรอบงบประมาณอีกครั้ง ส่วนวงเงินที่เหลืออีก 40,000 ล้านบาท ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้จัดหาแหล่งงบประมาณ โดยตั้งเป้าหมายว่าจากการออกมาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยภายในปี 73 ต้องมีการผลิตรถยนต์อีวี 30% ของยอดรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ

“ใน 1-2 ปีแรก ถือเป็นการทดลองตลาด เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ รู้ว่ารถยนต์รุ่นไหนเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยม เหมาะที่จะนำมาผลิตในประเทศไทย จากนั้นในปีที่ 3-4 มีเงื่อนไขว่าค่ายรถที่เข้าร่วมจะต้องมีการผลิตรถยนต์อีวีในประเทศชดใช้คืนตามจำนวนที่นำเข้ามา ซึ่งหากไม่สามารถทำได้ตามสัญญาก็จะมีบทลงโทษ รวมทั้งมีค่าปรับด้วย แต่เบื้องต้นที่มีการหารือกับค่ายรถยนต์ ก็มีผู้ประกอบการค่ายรถยนต์หลายค่ายให้ความสนใจเข้ามาร่วมโครงการ”

นายลวรณ กล่าวว่า เมื่อนโยบายการใช้รถยนต์อีวีมีความชัดเจนขึ้น การใช้น้ำมันก็จะลดลงไปด้วย ฉะนั้น ภาษีคาร์บอน จะเข้ามาแทนที่ ซึ่งขณะนี้กรมก็อยู่ระหว่างการศึกษาการจัดเก็บภาษีตัวดังกล่าว เพื่อเตรียมนำมาใช้ในอนาคต

“ตอนนี้เราเริ่มศึกษาภาษีคาร์บอน แต่จะไม่ได้ออกมาเร็วมาก ซึ่งเรามองว่าเรื่องน้ำมันอาจจะไปสู่จุดสูงสุดในระยะเวลาอันสั้น และจากนั้นการใช้น้ำมันอาจจะเริ่มค่อยๆ ลดลง และภาษีคาร์บอนจะเข้ามาแทน กรมจึงศึกษาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเราไม่ใช่ประเทศแรกที่มีแนวทางจัดเก็บภาษีในเรื่องนี้ ในต่างประเทศก็มีตัวอย่างที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว”

ทั้งนี้ ภาษีคาร์บอนนั้น จะไม่ได้เก็บภาษีจากผู้ใช้รถยนต์อีวี เนื่องจากรถยนต์อีวีใช้พลังงานสะอาดไม่มีการผลิตก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งกรมจะเข้าไปดูในส่วนของโรงงานต่างๆมากกว่า ว่าปล่อยคาร์บอนมากเพียงใด