เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.จักรกริช เสริมบุตร ผกก.3 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าจับกุม นายประรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 823/2564 ลงวันที่ 31 ธ.ค. 64 ในคดีความผิดฐานฉ้อโกง, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยสามารถจับกุมได้ที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์ชักชวนเพื่อนและบุคคลที่รู้จักให้มาลงทุนในหุ้นและคริปโตเคอเรนซี่กับตนโดยวิธีโอนเงินมาให้ตนเทรดให้ โดยอ้างว่ามีข่าววงในหุ้นหลายตัวจากคนรู้จัก โดยจะรู้งบก่อน และราคาหุ้นสามารถจะวิ่งขึ้นไปทำกำไรได้ประมาณร้อยละ 20-30 โดยผู้ต้องหาจะขอส่วนแบ่ง 5% จากกำไรที่ได้

ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้กับผู้ต้องหาเพื่อนำไปลงทุนหลายครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 500,000 บาท เนื่องจากผู้ต้องหามีประวัติการโพสต์เกี่ยวกับการลงทุนเทรดหุ้นและคริปโตเคอเรนซีทางโซเชียลเฟซบุ๊กและอินสตราแกรมของตนเองอยู่บ่อยครั้ง จึงมั่นใจว่าจะสามารถได้กำไรจากการลงทุน แต่ต่อมาประมาณเดือน เม.ย. ปีที่ผ่านมา ผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อกับผู้ต้องหาได้อีกเลย โดยผู้ต้องหาได้ลบไลน์รวมถึงช่องทางการติดต่อทุกช่องทาง โดยที่ยังไม่ได้รับเงินลงทุนคืนแต่อย่างใด จึงเดินทางร้องทุกข์ดำเนินคดีจนนำไปสู่การออกหมายจับ ก่อนสืบทราบว่าผู้ต้องหาจะมาที่บริเวณดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม

ทั้งนี้ หลังจับกุมพบว่า ยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายทยอยเดินทางเข้าแจ้งความกับผู้ต้องหา จากการร่วมลงทุนในลักษณะเดียวกันและยังไม่ได้รับเงินคืน โดยบางส่วนอยู่ระหว่างดำเนินคดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000,000 บาท อย่างไรก็ตาม ขอประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนผู้ที่สนใจลงทุนในหลักทรัพย์, สัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล อย่าหลงเชื่อบุคคลที่อ้างว่าเป็นกูรูหรือล่วงรู้ข้อมูลภายใน สามารถทำกำไรจากการลุงทุนได้เป็นจำนวนมากเกินจริง โดยขอให้เลือกลงทุนกับบุคคลหรือบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น เพื่อป้องกันมิให้ถูกหลอกและเกิดความเสียหายจากผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาตรวมถึงกลุ่มมิจฉาชีพต่อไป