เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 1 พ.ค. ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด น.ส.พิม (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี อาชีพพิธีกรและพริตตี้ พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหาย เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือทางคดี หลังถูกแฟนหนุ่มซึ่งอ้างว่าเป็นหลานนักการเมือง นามสกุล “เทือกสุวรรณ” หลอกลวงให้ร่วมลงทุนธุรกิจร้านอาหาร และยักยอกรถยนต์สปอร์ตหรู มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท
น.ส.พิม เปิดเผยว่า ตนได้คบหากับฝ่ายชายตั้งแต่ช่วงปี 2568 โดยฝ่ายชายยืนยันว่าโสดและโปรไฟล์ดี ต่อมาได้ชักชวนให้ตนย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ และเสนอบทบาทบริหารร้านอาหารกึ่งผับบาร์ย่านเอกมัย โดยอ้างว่าตนเองมีประสบการณ์และมีเส้นสาย ตนจึงหลงเชื่อโอนเงินลงทุนไปรวมกว่า 1.5 ล้านบาท เข้าบัญชีส่วนตัวของฝ่ายชาย นอกจากนี้ ฝ่ายชายยังอ้างว่ามีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง จึงขอให้ตนออกรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า (MG Cyberster) ในนามของตนเองเพื่อให้ฝ่ายชายใช้ปฏิบัติงาน
ต่อมา กลุ่มหุ้นส่วนรายอื่นในหมู่บ้านเดียวกัน ได้แก่ น.ส.มี่ และ นายเอ เริ่มพบความผิดปกติในระบบบัญชี เนื่องจากรายจ่ายสูงกว่ารายรับ และเงินลงทุนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อมีการตรวจสอบแยกกัน จึงพบความจริงว่าฝ่ายชายปิดบังความสัมพันธ์กับ น.ส.พิม และแอบอ้างว่าเงินลงทุนทั้งหมดมาจากตนเอง ทั้งยังสร้างเรื่องว่า น.ส.พิม ติดหนี้สินหลายสิบล้านบาท ซึ่งไม่เป็นความจริง เมื่อหุ้นส่วนทั้งหมดจับได้และขอให้ฝ่ายชายถอนตัว ฝ่ายชายกลับทำการล้อมรั้วล็อกพื้นที่ร้าน ไม่ให้หุ้นส่วนเข้าดำเนินการต่อ

นอกจากนี้ น.ส.พิม ระบุว่า หลังจากจับได้ว่าฝ่ายชายไม่เคยเลิกรากับแฟนเก่าและมีพฤติกรรมหลอกลวง จึงได้พยายามทวงรถยนต์สปอร์ตคืน แต่กลับถูกฝ่ายชายข่มขู่สารพัด อ้างว่ารู้จักข้าราชการตำรวจระดับสูง และท้าทายให้ดำเนินคดี ล่าสุดทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวถูกนำไปซ่อน ถอดแบตเตอรี่ตัดสัญญาณ GPS และกำลังถูกแยกชิ้นส่วนเพื่อทำลายหลักฐาน โดยฝ่ายชายยังขู่เรียกเงินเพิ่มอีก 25,000 บาท แลกกับการคืนรถ
ทางด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า ขอให้ผู้เสียหายไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนามสกุลหรือเส้นสายของคู่กรณี ทางเพจจะเร่งประสานไปยัง สน.ลาดกระบัง และ สน.คลองตัน เพื่อติดตามเร่งรัดคดีอย่างตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่าหากกระทำความผิดจริง นามสกุลดังแค่ไหนก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด



