สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ว่านายทีโอโดโร ล็อกซิน จูเนียร์ รมว.การต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า เขาได้กล่าวต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งพบหารือที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าฟิลิปปินส์คัดค้าน “กลไกการให้สัตยาบัน” ของเมียนมา ในการเป็นส่วนหนึ่งของ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ตราบใดที่เมียนมายังอยู่ภายใต้การนำของรัฐบาลทหาร
[21/24] the way of my sister Indonesia and my brothers in ASEAN achieving consensus, I will not stand in the way and yield to their judgment. We welcome the junta’s undertaking to facilitate the visit of the Special Envoy to meet with all parties concerned — without conditions
— DFA Philippines (@DFAPHL) February 17, 2022
ขณะที่สมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ แน่นอนว่า หนึ่งในนั้นคือเมียนมา ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อท่าทีของฟิลิปปินส์ เช่นเดียวกับสมาชิกคู่เจรจาอีก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า นิวซีแลนด์มีหนังสือชี้แจงต่อสมาชิกทั้งหมดในอาร์เซ็ป ว่าจะไม่ยอมรับเอกสารของรัฐบาลทหารเมียนมา ในการให้สัตยาบันต่ออาร์เซ็ป
ทั้งนี้ อาร์เซ็ปมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา กับออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา จีน ญี่ปุ่น ลาว นิวซีแลนด์ ไทย สิงคโปร์ และเวียดนาม ตามด้วยเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ส่วนอินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา และฟิลิปปินส์ ยังไม่ได้ร่วมให้สัตยาบันต่อข้อตกลง
ปัจจุบัน อาร์เซ็ป ถือเป็นข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสมาชิกอาร์เซ็ปที่จะมีสัดส่วนรวมกันคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 26.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 842.43 ล้านล้านบาท) ครอบคลุมประชากร 2,200 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรโลก และยังเป็นเอฟทีเอแบบพหุภาคีฉบับแรกในประวัติศาสตร์ ที่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ร่วมลงนามพร้อมกันตั้งแต่ต้น
The Philippines has followed New Zealand’s decision to reject the inclusion of Myanmar in the world’s largest free trade pact as international opposition to the military takeover. https://t.co/K0ycb1fkEQ
— Yahoo Philippines (@YahooPH) February 18, 2022
อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์เช่นกันว่า เมื่อเทียบกับข้อตกลงการค้าพหุภาคีฉบับอื่น อาร์เซ็ป “ได้เปรียบในเรื่องขนาด” จากสมาชิก 15 ประเทศ แต่เนื้อหายังไม่ชัดเจนมากนัก ทว่าจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับอาเซียน ตลอดจนบรรดาประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชีย ในการได้ร่วมแบ่งปันผลประโยชน์กับข้อตกลงทางการค้าที่มีมูลค่ามหึมาขนาดนี้
ด้านการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด คาดการณ์ว่า อาร์เซ็ปจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างภูมิภาคได้อีก 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.35 ล้านล้านบาท).
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



