สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่าจากกรณีรัฐบาลแคนเบอร์รากล่าวว่า เรือรบของจีน “ยิงแสงเลเซอร์” มายังเครื่องบินสอดแนมของออสเตรเลีย กำลังปฏิบัติภารกิจ อยู่ในเขตน่านฟ้าทางเหนือของประเทศ หรือบริเวณเขตต่อเนื่องทางทะเล ระหว่างทะเลอาราฟูรา กับชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของปาปัวนิวกินี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการนั้น
รัฐบาลปักกิ่งมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้อย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยนายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า เรือรบของกองทัพปลดปล่อยประชาชน (พีแอลเอ) ลอยลำอยู่ในบริเวณที่ถือเป็น “ทะเลหลวง” ระหว่างทะเลอาราฟูรา กับชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของปาปัวนิวกินี หมายความว่า “เป็นพื้นที่ร่วมระหว่างประเทศ” จึงไม่ถือว่า อยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศใด และการดำเนินการของเรือรบจีน “เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ” ขอให้ออสเตรเลีย “ยุติการสร้างเฟคนิวส์”
The Prime Minister is calling for an investigation into the lasering of Australian military aircraft – by a Chinese warship.
— 9News Australia (@9NewsAUS) February 21, 2022
It comes as the Australian Government vows to continue to provide cyber support to Ukraine, amid tensions with Russia. @jekearsley #9News pic.twitter.com/aVd6reXZID
ด้านกระทรวงกลาโหมของจีนออกแถลงการณ์ ว่าออสเตรเลีย “พูดความจริงไม่หมด” ว่าเครื่องบินสอดแนม “พี8-โพไซดอน” ที่ปฏิบัติการในวันเกิดเหตุ ได้หย่อนทุ่นต่อต้านเรือดำน้ำแบบโซนาร์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาเรือดำน้ำ ใกล้กับเรือรบทั้งสองลำ คือเรือพิฆาตติดตั้งระบบขีปนาวุธชั้นลู่หยาง และเรืออู่ลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบกชั้นอวี๋โจว
นอกจากนี้ เครื่องบินลำดังกล่าวยังเข้ามาใกล้เรือรบทั้งสองลำ เว้นระยะห่างเพียง 4 กิโลเมตร “ถือว่าอันตรายมาก” แต่ไม่ได้ระบุโดยตรงเกี่ยวกับ การยิงแสงเลเซอร์ ต่อมากระทรวงกลาโหมของออสเตรเลียให้ข้อมูลเพิ่มว่า เครื่องบินพี8-โพไซดอน อยู่ห่างจากเรือรบทั้งสองลำของจีนประมาณ 7.7 กิโลเมตร ระหว่างเกิดเหตุยิงเลเซอร์ และยืนยันว่า ภารกิจที่เกิดขึ้น “เป็นการทำตามหน้าที่”.
เครดิตภาพ : REUTERS



