สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่านายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ประกาศเตรียมยุติมาตรการทางสังคมที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยการบังคับกักตัวสำหรับผู้มีผลตรวจเป็นบวก จะสิ้นสุดตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 24 ก.พ. ที่จะถึง และการให้บริการตรวจคัดกรองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ยุตินับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้


หลังจากนั้น รัฐบาลจะยังคงให้บริการตรวจคัดกรองกับประชาชนต่อไป แต่จะเน้นผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงสูง ส่วนความต้องการตรวจในกรณีอื่น อาจมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดมีผลเฉพาะกับในอังกฤษ ส่วนรัฐบาลเวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ให้ประเมินสถานการณ์เอง


การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามที่จอห์นสันประกาศมาตลอด ตามนโยบาย “ใช้ชีวิตร่วมกับโควิด” อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า “ยังเร็วเกินไป” ที่จะยุติมาตรการต่างๆ นานา เนื่องจากจะทำให้สหราชอาณาจักรตกอยู่ในความเสี่ยง ของการเป็นประเทศที่เกิดการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาอีกในอนาคต


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของจอห์นสันให้เหตุผลว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ตรวจคัดกรองโควิด-19 ให้แก่ประชาชน คิดเป็นอัตราส่วนมากเป็นลำดับต้นของโลก และถึงเวลาแล้ว กับการที่จะต้องควบคุมงบประมาณส่วนนี้


ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรมีสถิติผู้ป่วยโควิด-19 สะสมประมาณ 18.6 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตสะสมประมาณ 160,000 ราย.

เครดิตภาพ : REUTERS