เมื่อวันที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพชุมชน ที่โรงเรียนบ้านเมืองบาง จ.หนองคาย ซึ่งการเดินหน้าโรงเรียนคุณภาพชุมชนถือเป็นนโยบายหลักของตนที่ต้องการให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยโรงเรียนคุณภาพชุมชนตั้งเป้าให้เกิดการขับเคลื่อน 1 เขตพื้นที่การศึกษา 1 โรงเรียนคุณภาพชุมชน และในครั้งนี้ ตนต้องการมาดูให้เห็นว่าการดำเนินการโรงเรียนคุณภาพชุมชนมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน รวมถึงมีอุปสรรคอะไรในการปฏิบัติงานบ้าง เพื่อให้ผู้บริหารได้นำเสนอแนวทางร่วมกัน เพราะการสร้างโรงเรียนคุณภาพชุมชนในแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างกัน สำหรับโรงเรียนบ้านเมืองบาง เท่าที่สำรวจความต้องการเป็นโรงเรียนคุณภาพชุมชนนั้น อยากให้มีการเสริมเรื่องภาษาอังกฤษและภาษาจีน ซึ่ง สพฐ. จะสนับสนุนครูด้านภาษา และผลักดันให้เป็นโรงเรียนศูนย์กลางด้านภาษาต่างประเทศในชุมชนแห่งนี้ โดยจะให้ดูต่อไปอีกว่า จะมีอะไรที่จะสนับสนุนให้อีกบ้างนอกเหนือจากภาษาต่างประเทศบ้าง เพราะเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม การเดินทางด้านวิชาการ อะไรที่ต้องการเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นโรงเรียนชุมชนอย่างแท้จริง

ด้าน นายมติชน มูลสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) หนองคาย เขต1 กล่าวว่า  โรงเรียนบ้านเมืองบาง เป็นโรงเรียนขยายโอกาสขนาดกลางที่มีผู้เรียน 333 คน ถ้าเทียบกับโรงเรียนในตำบลเดียวกัน ก็ถือว่าเรามีความพร้อมทั้งในเรื่องของอาคารสถานที่และแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งการมีครูครบชั้น ครบทุกวิชาเอก โรงเรียนบ้านเมืองบางเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งมีทั้งหมด 6 โรง แต่ละโรงมีจำนวนนักเรียนอยู่ระหว่าง 50 คนถึง 140 คน ระยะห่างจากเมืองบางใกล้สุด 2 กิโลเมตร และที่ไกลสุด 9 กิโลเมตร การคมนาคมไปมาสะดวก ขับรถแบบปลอดภัย ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 10 นาที ทั้ง 6 โรงเรียน เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความขาดแคลน มีครูไม่ครบทุกชั้น ไม่ครบทุกวิชาเอก ใช้วิธีการเรียนรวมบ้าง คละชั้นบ้าง และทุกปีจะมีการระดมทรัพยากรด้วยการจัดทำผ้าป่าการศึกษา เพื่อหางบประมาณมาจ้างครูและพัฒนาโรงเรียน ที่ผ่านมาผู้บริหารทั้ง 7 โรงเรียน ได้ร่วมกันทำความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพ โดยเราพร้อมใจที่เริ่มต้นในรายวิชาภาษาจีนก่อน แล้วตามด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นความต้องการของชุมชนที่อยากให้ลูกหลานเก่งภาษา จึงได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรเฉพาะเป็นรายวิชาใหม่ที่ไม่เคยเปิดการเรียนการสอนมาก่อน เพื่อหวังจะใช้หลักสูตรเป็นตัวเคลื่อนเด็กมารวมกัน เริ่มที่ชั้น ป.1 และ ป.4 ในปี 2565 ภายใน 3 ปี ก็จะมีครบทุกระดับชั้น โดยมีรถโรงเรียนหนึ่งคันคอยรับส่งนักเรียน

“วันนี้เมืองบางได้รับงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพในทุกมิติ ทั้งวิชาการ วิชาชีพ และทักษะชีวิต เพื่อจะพลิกโฉมให้ที่นี่เป็นโรงเรียนมินิอินเตอร์ ควบคู่กับการสืบสานอารยธรรมของท้องถิ่น คาดหวังว่าจะปรับเปลี่ยนวิถีคิดใหม่ ให้กับชุมชนได้เห็นว่า ไม่ว่าโรงเรียนเล็กจะมารวม หรือมาร่วมใช้ทรัพยากรกับเมืองบาง ความเป็นบวร บ้านวัดโรงเรียน ก็ไม่ได้สูญหายไปไหนเพียงแค่ขยายอาณาเขตของบวรให้กว้างขึ้น เรายังสามารถทำผ้าป่าการศึกษาได้ทุกปี แต่จะเป็นผ้าป่ากองที่ใหญ่ขึ้น ที่สามารถทำได้มากกว่าการจ้างครู สิ่งสำคัญเรามั่นใจว่าความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียนบ้านเมืองบางครั้งนี้ จะสามารถดึงผู้เรียนที่นั่งรถโดยสาร ไปแสวงหาคุณภาพกับโรงเรียนขนาดใหญ่ในตัวจังหวัดหนองคายได้” นายมติชน กล่าว