สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์รายงานว่า ด.ช.โมฮัมเหม็ด เชดาเดห์ วัย 14 ปี เสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ในเขตอัล-คาเดอร์ ของเมืองเบธเลเฮม
ขณะที่สำนักข่าววาฟาของทางการปาเลสไตน์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของไอดีเอฟพยายามจับกุมเด็กชาย และขัดขวางไม่ให้รถพยาบาลเข้าไปรับตัวผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย พร้อมทั้งเรียกร้องให้นานาชาติร่วมกันสอบสวน
Israeli forces kill Palestinian boy, 14, in West Bank: Ministry https://t.co/HrJoGbBpsP
— Al Jazeera English (@AJEnglish) February 22, 2022
ต่อมาไอดีเอฟออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงซึ่งกำลังปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว วิสามัญ “ชาวปาเลสไตน์คนหนึ่ง” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ผู้ต้องสงสัย พยายามขว้างปาระเบิดขวดใส่ผู้ขับขี่ยวดยาน ที่กำลังสัญจรผ่านไปมา ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นอันตราย แม้เจ้าหน้าที่พยายามปฐมพยาบาลให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ทันการ
การเสียชีวิตของเด็กชายวัย 14 ปีรายนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังเจ้าหน้าที่ของไอดีเอฟวิสามัญนายนีฮัด อามิน บาร์กูห์ตี วัย 19 ปี ระหว่างเหตุปะทะในเขตเวสต์แบงก์
Israel’s apartheid over Palestinians is a crime against humanity. There is no place for it in a world that upholds equality and the right to live with dignity. To uphold human rights everywhere, we must end apartheid rule over millions of Palestinians.#EndIsraeliApartheid ✊ pic.twitter.com/686eFMYuLb
— Amnesty International (@amnesty) February 1, 2022
ด้านองค์การนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” เผยแพร่รายงานเมื่อต้นเดือนนี้ มีเนื้อหาสำคัญว่า ปาเลสไตน์เป็นเหยื่อของ “ระบบการเหยียดเชื้อชาติ” ซึ่งเป็นความโหดร้ายของอิสราเอล จากการยึดครองดินแดนและทรัพย์สินของปาเลสไตน์ การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการบังคับให้เกิดการย้ายถิ่น การจำกัดการเคลื่อนไหวแบบสุดโต่ง การควบคุมตัว และการปฏิเสธความเป็นพลเมืองของชาวปาเลสไตน์ แอมเนสตี้เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ใช้มาตรการปิดล้อมด้านอาวุธต่ออิสราเอล.
เครดิตภาพ : REUTERS



