เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. จำนวน 6 ฉบับ ต่อเป็นวันที่สอง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปราย ชี้แจงสาเหตุที่พรรคเพื่อไทย เสนอแก้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 28 และ มาตรา 29 เนื่องจากการกำหนดเรื่องการยินยอมให้บุคคลภายนอกครอบงำ มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค ต้องระบุให้ชัดเจนว่าห้ามใคร นาย ก., นาย ข., นาย ค. ระบุแบบนี้ไปเลย เพราะบางครั้งเราอยากได้คำปรึกษา แต่ไม่ได้หมายความสั่งให้ซ้ายหันขวาหัน ท่านจะรังเกียจเฉพาะพรรคเพื่อไทยได้อย่างไรซึ่งการให้คำปรึกษา แต่พรรคยังเป็นอิสระในการตัดสินใจ ดังนั้น ตรงนี้ต้องแก้ให้ชัด เพราะที่ผ่านมาการยุบพรรคเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้สังคมแบ่งเป็นสองฝ่ายไม่เกิดความสามัคคี

“เราเป็นพรรคที่ถูกยุบมาแล้ว 2 ครั้ง เป็นพรรคที่ต่ำต้อยถูกกระทำมัดมือ มัดแขนมาตลอด วันนี้การเสนอแก้เรื่องยุบพรรค เพื่อให้ท่านเห็นหัวประชาชนบ้าง ซึ่งการแก้ไขเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกยุคสมัย ของไม่ดีก็ต้องแก้ไข” นายจิรายุ กล่าว

ด้านนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปราย ยืนยัน อำนาจยุบพรรคควรเป็นของประชาชนไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ อย่าอคตินักการเมืองจนไม่เห็นหัวประชาชน และการจะยุบพรรคการเมืองได้นั้น ต้องล้มล้างการปกครองเท่านั้น ยิ่งการยุบพรรคที่เป็นกรณีพิเศษแบบการยุบพรรคตัวเอง เป็นการไม่เห็นหัวประชาชนอย่างถึงที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

นายจิรัฏฐ์ กล่าวอีกว่า ขอฝากไปยัง ส.ว.หลายท่านที่ใช้การอภิปรายครั้งนี้เหมือนมาอบรมสั่งสอนกัน อย่าใช้เวทีนี้มาด้อยค่านักการเมือง ตนอาบน้ำร้อนมาก่อนท่านเพราะลงสมัครรับเลือกตั้งมาแล้ว 1 ครั้ง ขณะที่ท่านยังไม่เคยลงเลือกตั้ง แต่อภิปรายเหมือนด้อยค่าพรรคการเมือง และอย่าเหมารวมนักการเมืองมักง่ายซื้อเสียงทุกคน ประชาชนไม่ได้โง่ สุดท้ายการจะพัฒนาประชาธิปไตยได้ พรรคการเมืองต้องเกิดขึ้นง่ายแต่ยุบให้ยาก และอย่าไปตัดสิทธิหรือยุบพรรคที่ประชาชนเลือก แต่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ.