นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีเอส ได้ ลงนามความร่วมมือ(เอ็มโอยู) กับสองบริษัทไอทีระดับโลก คือ บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส หรือ เอดับบลิวเอส และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) เพื่อขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์ ในการสนับสนุนการปฏิรูประบบดิจิทัลของภาครัฐ โดยความร่วมมือกับ เอดับบลิวเอส ทาง ดีอีเอส และหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ จะใช้ เอดับบลิวเอส เป็นส่วนหนึ่งของคลาวด์ภาครัฐ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ส่วนกลางสำหรับ หน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ นำร่องใน10 โครงการ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกโครงการต่างๆที่ดีอีเอสดำเนินการอยู่ ซึ่งจะช่วยให้เห็นถึงความรวดเร็วที่หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้เทคโนโลยีคลาวด์เพื่อสร้างและส่งมอบบริการต่างๆ ได้สำเร็จ
ส่วนความร่วมร่วมมือกับหัวเว่ย จะเน้นเรื่องเทคโนโลยีคลาวด์ การวิจับเชิงนวัตกรรม การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า เพื่อก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยเป็นผู้นำเทคโนโลยี 5 จี ในอาเซียน ทำให้เทคโนโลยีคลาวด์เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีในด้านนี้ และยังช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้ผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลทุกชนิด นอกจากนี้ความร่วมมือในครั้งนี้ จะมีการทำงานร่วมกับของประเทศไทยกับสองบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ระดับโลก นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพ ในการให้บริการประชาชนแล้ว ยังช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์แบบไฮบริดในช่วง 4 ปี งบประมาณจากนี้ไป และเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากระบบคลาวด์ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และช่วยปรับปรุงยกระดับบริการต่างๆด้วย
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับทั้งสองบริษัท ในการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีคลาว์ด ให้กับบุคลากรในภาครัฐด้วย โดยในส่วนของหัวเว่ยตั้งเป้าหมาย จำนวน 2,000 คน ในขณะที่ของ เอดับบลิวเอส จำนวน 1,200 คน ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลักดันเศรษฐกิจ และสังคมไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
ด้านนายอีริค คอนราด กรรมการผู้จัดการสำหรับกลุ่มลูกค้าภาครัฐของ AWS ในภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ความร่วมมือในการลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ที่ครอบคลุมและแพร่หลายมากที่สุดในโลก ในการสนับสนุนการปฏิรูประบบดิจิทัลของภาครัฐในประเทศไทย

บันทึกความเข้าใจนี้จะช่วยให้ AWS สามารถมีส่วนร่วมช่วยให้ภาครัฐยกระดับระบบไอทีให้ทันสมัย โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับโลก มาช่วยหน่วยงานทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กในประเทศไทย สามารถใช้บริการด้านคลาวด์ ที่เป็นมาตรฐานระดับโลก โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพและความทนทานสูง เป็นผู้นำในด้านความสามารถและบริการด้านความปลอดภัย การมีบริการที่คลอบคลุมในเชิงกว้างและเชิงลึกมากกว่า 200 บริการ เพื่อช่วยให้ภาครัฐสามารถขับเคลื่อนนวัตกรรม ประหยัดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน
ด้านนายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งและได้รับแรงกระตุ้นจากการสนับสนุนและความไว้วางใจของรัฐบาลไทยที่มีต่อหัวเว่ยอย่างต่อเนื่อง ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านไอซีทีที่ไว้วางใจได้และเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี หัวเว่ย คลาวด์ ให้บริการในประเทศไทยมากว่า 3 ปี เสริมศักยภาพให้แก่พาร์ทเนอร์กว่า 300 ราย ในกว่า 15 อุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นสนับสนุนสังคมอย่างต่อเนื่อง หัวเว่ยจะยังคงส่งเสริมศักยภาพของอีโคซิสเต็มให้แก่ SMEs และบุคลากรที่มีความสามารถด้านดิจิทัลให้แก่ประเทศ ผ่านการริ่เริ่มโครงการต่างๆ

ซึ่งรวมถึงโปรแกรมการแข่งขัน Huawei Spark Ignite, Huawei ASEAN Academy และ Seeds for Future ด้วยเป้าหมายความสำเร็จต่างๆ ในวันนี้ จะเร่งให้เกิดการใช้งานบริการคลาวด์และเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย และขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียน และทำให้เกิดโลกอัจฉริยะที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างสมบูรณ์ได้ในที่สุด



